คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3581/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม ต้องกระทำภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันแรกที่อาจขอให้บังคับคดีได้ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว สิทธิในการบังคับคดีย่อมสิ้นไป
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 11 เมษายน2523 ให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันทำยอม โจทก์ชอบที่จะร้องขอบังคับคดีแก่จำเลยภายในสิบปีนับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2523อันเป็นวันแรกที่โจทก์อาจขอให้บังคับคดีแก่จำเลยได้เป็นต้นไป ตามนัย ป.วิ.พ.มาตรา 271 แม้จะปรากฎว่าโจทก์ได้ขอให้ออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 20พฤศจิกายน 2523 แล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยเมื่อวันที่ 29ธันวาคม 2523 ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีนำทรัพย์ดังกล่าวออกขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2524 ก็ตาม ก็เป็นขั้นตอนของการดำเนินการบังคับคดีเมื่อหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องคดีนี้ โจทก์มิได้ดำเนินการบังคับคดีเสียภายในสิบปีนับแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2523 โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะบังคับคดีแก่จำเลย โจทก์จึงไม่อาจนำหนี้ที่พ้นกำหนดเวลาบังคับคดีดังกล่าวแล้วมาฟ้องจำเลยให้ล้มละลายได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารกรุงไทย จำกัด · จำเลย - นายฤทธิ์ บุศยอังกูร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุสิต เพชรปลูก · สมาน เวทวินิจ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา