คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616-617/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่าช่วงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับผู้เช่าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า ย่อมไม่ผูกพันผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าสามารถบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ให้เช่ากับผู้ให้เช่าช่วงเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องขับไล่จำเลยศาลพิพากษาให้ขับไล่แล้ว ต่อมาผู้ให้เช่าช่วงไปทำสัญญายอมให้จำเลยเช่าต่อไป โดยได้รับสินจ้างและให้ถอนคดีที่จำเลยฟ้องผู้ให้เช่ากับผู้ให้เช่าช่วงนั้นถือว่าเป็นสัญญาปราณีประนอมเมื่อผู้ให้เช่ามิได้รู้เห็นด้วยก็ไม่ผูกมัดผู้ให้เช่าฯ จึงร้องขอบังคับคดีได้
(บันทึกความจำ สัญญาเช่าระหว่างนายเกตุกับกรมการศาสนา ห้ามผู้เช่าให้เช่าช่วงและห้ามไม่ให้ปลูกสิ่งสร้างสิ่งใดสอาด)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมนายเกตุฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าซึ่งเช่ามาจากกรมการศาสนา นายเกตุได้ขอให้เรียกกรมการศาสนาเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย เมื่อคดีถึงที่สุดศาลพิพากษาขับไล่แล้วจำเลยกลับฟ้องโจทก์ทั้งสองขอให้เพิกถอนหรือระงับคำพิพากษาที่ให้ขับไล่ ต่อมานายเกตุกับจำเลยทั้งสองทำสัญญาปราณีประนอมกันว่า นายเกตุยอมงดบังคับคดีที่ตนชนะ และเมื่อนายเกตุปลูกตึกแล้วจะยอมให้จำเลยเช่าคนละ ๒ คูหา ฝ่ายจำเลยยอมเสียเงินกินเปล่า และค่าเช่าให้โจทก์ ๔๒๐๐ บาท กับยอมถอนฟ้องที่จำเลยฟ้องโจทก์นั้นด้วย เมื่อจำเลยปฏิบัติตามสัญญานั้นแล้ว กรมการศาสนายื่นคำร้องขอบังคับคดี
กรมการศาสนาแถลงว่าไม่ได้รู้เห็น และไม่รับรู้สัญญาปราณีประนอมนั้น ฝ่ายจำเลยแถลงว่า สิทธิของโจทก์ที่จะขอบังคับคดีระงับไปตามสัญญาปราณีประนอมแล้ว
ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรมการศาสนาไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยสัญญานั้นจึงไม่ผูกมัดกรมการศาสนา จึไม่ตัดสิทธิกรมการศาสนาที่ขอให้บังคับคดี จึงสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำบังคับภายใน ๑๕ วัน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าสัญญาไม่ผูกมัดกรมการศาสนา และสัญญานั้นเป็นเรื่องแปลงหนี้ใหม่ มิใช่เป็นเรื่องชำระหนี้ จะยก ป.ม.แพ่งฯ ม. ๒๙๘, ๒๙๙ มาบังคับไม่ได้ทั้งจะว่าบังคับคดีเพื่อประโยชน์แก่นายเกตุก็ไม่ถนัด จึงพิพากษายืน
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเป็นว่า สัญญาชนิดนี้ตาม ป.ม.แพ่งฯ ม. ๘๕๑ บัญญัติว่าจะต้องลงลายมือชื่อฝ่ายที่รับผิดหรือตัวแทนในสัญญานั้น ฉะนั้นคดีจำเลยจะอ้างมายันกรมการศาสนาไม่ได้ ส่วนผลที่จำเลยจะได้รับตามสัญญา ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะไปว่ากล่าวเอากับนายเกตุอีกส่วน ๑ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 616 - 617/2490
นายเกตุ ตัณฑกุลรัตน์ กรมการศาสนา โจทก์
นายย่งจือ นายเจีบท้วน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเกตุ ตัณฑกุลรัตน์ กรมการศาสนา · จำเลย - นายย่งจือ นายเจีบท้วน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเวชชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนิติกริตย์ประภันย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา