คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3808/2526
ย่อคำพิพากษา
เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะดำเนินการบังคับคดี โดยวิธียึดหรือ อายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยกเอาข้อตกลงที่อ้างว่าได้กระทำกันนอกศาล ซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายังปฏิเสธว่ามิได้ตกลงลดหนี้ให้เช่นนั้น มาเป็นเหตุมิให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้นหาได้ไม่
ในกรณีการขอเฉลี่ยทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนพิจารณาในชั้นบังคับคดี ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่อาจยกเอาข้อตกลงที่อ้างว่าได้กระทำกันนอกศาลดังกล่าว มาอ้างเป็นเหตุมิให้เจ้าหนี้ ตามคำพิพากษาดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้นโดยการร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้เช่นกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำยึดที่ดินของจำเลย ๒ โฉนด เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ อ้างว่าไม่สามารถจะเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่นของจำเลยได้เพราะจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่น
โจทก์คัดค้านหลายประการ
จำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องไม่ถึงจำนวนตามที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยเพราะผู้ร้องยินยอมหักหนี้ให้แก่จำเลยเป็นบางส่วน คงเป็นหนี้อยู่เพียง ๓๐๐,๐๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นสั่งให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยเงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินได้
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยจะอ้างว่าได้มีการตกลงระหว่างผู้ร้องและจำเลยลดจำนวนหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๕๓๕๔/๒๕๒๓ จากจำนวน ๑,๐๔๑,๘๓๙ บาท ๒๔ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ลงเหลือเพียงจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมมาเป็นเหตุมิให้ผู้ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ตามคำพิพากษาได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะดำเนินการบังคับคดี โดยวิธียึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๒ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยกเอาข้อตกลงที่อ้างว่าได้กระทำกันนอกศาลมาเป็นเหตุมิให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้นหาได้ไม่ ทั้งในคดีนี้ผู้ร้องก็ปฏิเสธว่ามิได้ตกลงลดหนี้ให้แก่จำเลยด้วย ในกรณีที่ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายอื่นยึดหรืออายัดไว้ก่อน กฎหมายห้ามมิให้มีการยึดหรืออายัดซ้ำ แต่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ การขอเฉลี่ยทรัพย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนพิจารณาในการบังคับคดีนั่นเอง ดังนั้น ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่อาจยกเอาข้อตกลงที่อ้างว่า ได้กระทำกันนอกศาลดังกล่าวมาอ้างเป็นเหตุมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้นโดยการร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ได้เช่นกัน
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3808/2526
ธนาคารทหารไทย จำกัด โจทก์
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ผู้ร้อง
นายสุเทพ เทพวุฒิสถาพร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารทหารไทย จำกัด · ผู้ร้อง - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · จำเลย - นายสุเทพ เทพวุฒิสถาพร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูเชิด รักตะบุตร์ · ประสาท บุณยรังษี · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา