⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 591/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์มีภาระการพิสูจน์ว่าตนไม่มีทางอื่นที่จะบังคับชำระหนี้ได้อีกแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์อ้างว่า จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีกโจทก์คัดค้านว่าหนี้ตามคำพิพากษาที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยนั้นเป็นหนี้สมยอมกันและจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นซึ่งผู้ร้องอาจเอาชำระหนี้ได้ ประเด็นตกหน้าที่ผู้ร้องต้องนำสืบก่อนว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะบังคับเอาได้อีกแล้วถ้าผู้ร้องไม่สืบพยาน ศาลยกคำร้องได้ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เมื่อศาลยึดทรัพย์จำเลยและขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้โจทก์แล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทรัพย์ โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๖/๒๕๑๒ ขณะนี้จำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดเหลืออยู่อีกที่ผู้ร้องจะบังคับเอาชำระหนี้ได้ โจทก์คัดค้านว่า หนี้ตามคำพิพากษาที่ผู้ร้องขอเฉลี่ยนั้นเป็นหนี้ที่ผู้ร้องกับจำเลยสมคบหรือสมยอมกันแกล้งทำขึ้น และจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นอีกคือ โรงเรือนคอกหมู ไม้ เครื่องรับโทรทัศน์ และรถจักรยานยนต์ (รวมราคาประมาณ๓๘,๐๐๐ บาท) ซึ่งผู้ร้องอาจนำยึดขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ได้ขอให้ยกคำร้อง ในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกะประเด็น ๒ ข้อ คือ (๑) หนี้ตามคำพิพากษาที่ขอเฉลี่ยเกิดขึ้นโดยการสมยอมหรือไม่ (๒) จำเลยมีทรัพย์สินอื่นพอที่ผู้ร้องจะบังคับเอาได้อีกหรือไม่ แล้วมีคำสั่งให้ผู้ร้องมีหน้าที่นำสืบก่อน ก่อนวันนัด ผู้ร้องแถลงโต้แย้งคำสั่งว่า หน้าที่นำสืบตกแก่โจทก์ที่จะต้องสืบก่อนและยื่นคำแถลงอีกฉบับหนึ่ง ไม่ขอสืบพยานของตน แต่สงวนสิทธิที่จะสืบต่อไปเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เรื่องหน้าที่นำสืบ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานผู้ร้องและโจทก์ แล้วมีคำสั่งว่า ผู้ร้องไม่มีพยานมาไต่สวนให้ได้ความสมกับข้ออ้าง ให้ยกคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในชั้นนี้เป็นเพียงชั้นไต่สวนว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จริงหรือไม่ ผู้ร้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เมื่อไม่ติดใจสืบพยาน ก็ฟังไม่ได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาว่า หน้าที่นำสืบตกโจทก์นำสืบก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยเรื่องหน้าที่นำสืบเสียก่อนไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็น ๒ ข้อตามศาลชั้นต้นกะไว้นั้น โดยเฉพาะในประเด็นข้อ ๒ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๐ วรรค ๒บัญญัติว่า "ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำขอเช่นว่ามานี้เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำขอไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา" ฉะนั้นประเด็นจึงตกหน้าที่ผู้ร้องต้องนำสืบก่อนว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องจะบังคับเอาได้อีกแล้ว เพราะถ้าสืบในประเด็นข้อนี้ไม่ได้ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิร้องขอเฉลี่ย เมื่อผู้ร้องไม่สืบพยาน ศาลก็ยกคำร้องขอเฉลี่ยได้โดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษายืนในผลที่ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 591/2513 นางสาวไสว แซ่อึ้ง โจทก์ นางสุ่น นำเจริญกิจกุล ผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ นายอารมย์ อาลัยวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวไสว แซ่อึ้ง · ผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ - นางสุ่น นำเจริญกิจกุล · จำเลย - นายอารมย์ อาลัยวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · สุธี โรจนธรรม · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายจรัส อุดมวรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 13107/2556ฎีกา 609/2526ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 1776/2512ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1065/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 462/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา