⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 171/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งงดการบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ หากมีเหตุอันสมควร โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาตามยอม

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยผัดชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยยังไม่สั่งบังคับคดีทันทีเพราะมีเหตุอันสมควรนั้น เป็นการสั่งให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้ เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลชั้นต้น หาใช่เป็นการขยายเวลาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม อันเป็นผลให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.144 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.276 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องคดีของแบ่งมรดกของผู้ตาย คู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๑ ซึ่งตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๑ มีว่า "จำเลยยอมใช้เงินให้โจทก์เป็นจำนวนทั้งสิ้นหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน โดยจะชำระให้ภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับจากวันนี้เป็นเงินสามหมื่นบาท ส่วนที่เหลือจะชำระให้เป็นงวด ๆ ต่อจากการชำระงวดแรก โดยจะชำระให้งวดละสามเดือน งวดละหนึ่งหมื่นบาท ไปจนกว่าจะครบ ถ้าผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที" ซึ่งศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอม วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๑๑ จำเลยที่ ๑ นำเงินมาวางศาล ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อชำระแก่โจทก์ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๑๑ จำเลยที่ ๑ นำเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มาวางศาลเพื่อชำระให้แก่โจทก์ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ นำเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มาวางศาลเพื่อชำระให้แก่โจทก์ ปรากฏว่าโจทก์ได้รับเงินทั้ง ๓ งวดที่จำเลยนำมาวางศาลแล้ว ครั้นวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๑๒ จำเลยที่ ๑ ได้นำเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท มาวางศาลเพื่อชำระแก่โจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำขอต่อศาลว่าจำเลยไม่นำเงินมาวางศาลเพื่อชำระแก่โจทก์ ให้ครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยขายทอดตลาด เอาเงินชำระหนี้โจทก์ที่ยังค้างอยู่ ๙๐,๐๐๐ บาท ศาลสั่งนัดคู่ความมาพร้อมกันก่อน ครั้นวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๑๒ ซึ่งเป็นวันนัดพร้อม คู่ความมาศาล ศาลได้ไกล่เกลี่ย จำเลยว่าจะนำเงินมาชำระให้ครบงวดภายในวันที่ ๒๒ เดือนเดียวกัน ศาลสอบโจทก์ โจทก์ไม่ยอม ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นระยะเวลาเพียง ๓ วันที่จำเลยขอ หากจะดำเนินการบังคับคดีก็จะล่าช้ากว่า จึงสั่งอนุญาตตามที่จำเลยร้องขอ หากผิดนัดให้หมายบังคับคดีทันที รุ่งขึ้นวันที่ ๒๐ จำเลยได้นำเงิน ๕,๐๐๐ บาท มาวางศาลเพื่อชำระแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่า คู่ความไม่มีสิทธิจะร้องขอให้ศาลแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นได้ เพราะถือเสมือนร้องขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลชั้นต้นน่าจะต้องมีคำสั่งให้ออกหมายบังคับคดี ไม่ควรจะสั่งอนุญาตขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้แก่จำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมไปตามที่จำเลยขอ เป็นการไม่ชอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ เมื่อจำเลยประพฤติผิดข้อสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ ๑ โจทก์ย่อมมีสิทธิให้ศาลออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๑ ที่ศาลสั่งขยายเวลา โดยมิได้ออกหมายบังคับคดีให้ทันทีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๖ เป็นการไม่ชอบ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้ถือว่า การขยายเวลาชำระหนี้ตามที่ศาลชั้นต้นสั่งไปยังไม่ชอบ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการออกหมายบังคับคดีและสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นบังคับคดีไปตามคำขอของโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยผัดชำระเงินตามยอม โดยยังไม่สั่งบังคับคดีทันที เพราะมีเหตุสมควรนั้น เป็นการสั่งให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒ (๒) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งได้ เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลที่บังคับคดีอันมีอยู่โดยทั่วไป มิใช่เป็น การขยายเวลาชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมอันเป็นผลให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษา คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยวางเงินต่อศาลโดยยังไม่บังคับคดียึดทรัพย์จำเลยทันทีนั้น ชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2513 นางวันยา สหะวัน ที่ 1 นายสุรจิต ตะนิรี หรือแวหะมะ ที่ 2 โจทก์ นางแวเสาะ หรือหะยีแวแอเสาะ ตะรินี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวันยา สหะวัน ที่ 1 นายสุรจิต ตะนิรี หรือแวหะมะ ที่ 2 · จำเลย - นางแวเสาะ หรือหะยีแวแอเสาะ ตะรินี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิริยะ เกิดศิริ · ไฉย บุญยก · สุธี โรจนธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายวิจิตร หิรัญรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายแผลง สระวาสี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6789/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 945/2504ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 1649/2498ฎีกา 1763/2551ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 5094/2565ฎีกา 3190/2530ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527ฎีกา 2532/2523ฎีกา 6360/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา