คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2188/2527
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขรายละเอียดที่โจทก์นำสืบตามข้อความที่ถูกต้องในเอกสารที่โจทก์อ้างได้ ไม่จำเป็นต้องขอแก้ไขคำฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเอกสารท้ายฟ้องเกี่ยวกับวันที่ซื้อหุ้น จากวันที่ 26 เมษายน 2521 เป็น วันที่ 26 พฤษภาคม 2521 โดยขอแก้ไขภายหลังเสร็จการพิจารณาแล้ว ดังนี้ เป็นการขอแก้ไขรายละเอียดที่โจทก์นำสืบ ตามข้อความที่ถูกต้องในเอกสารที่โจทก์อ้างได้ โดยไม่จำเป็น ต้องขอแก้ไขคำฟ้อง คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกค้าโจทก์ในการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในการเป็นลูกค้าของโจทก์ จำเลยตกลงให้โจทก์ออกเงินทดรองค่าซื้อหลักทรัพย์แก่สมาชิกผู้ขายแทนจำเลย โดยจำเลยยินยอมเสียดอกเบี้ยให้โจทก์อัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี และจำเลยยอมให้โจทก์นำเงินที่ได้จากการขายหลักทรัพย์มาชำระเงินทดรองดังกล่าวด้วย ในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๒๑ จำเลยได้สั่งให้โจทก์ซื้อและขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหลายครั้ง เมื่อนำเงินที่โจทก์ขายหลักทรัพย์แทนจำเลยมาหักกับเงินที่โจทก์ทดรองจ่ายค่าซื้อหลักทรัพย์แทนจำเลยไปแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่๑๙๐,๕๕๖.๒๗ บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับ
จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ตกเป็นหนี้ซื้อขายหลักทรัพย์โจทก์ดังฟ้องโจทก์ต่างหากเป็นฝ่ายเป็นหนี้จำเลยเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทเศษ ก่อนฟ้องโจทก์ไม่เคยฟ้องหรือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ ขอให้ยกฟ้อง
หลังจากชี้สองสถานจำเลยรับว่าก่อนฟ้องโจทก์ได้บอกกล่าวทวงถามถูกต้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าโจทก์ได้ซื้อขายหุ้นแทนจำเลยเฉพาะหุ้นของกองทุนสินภิญโญเพียง ๒,๔๐๐ หุ้น จำเลยตกเป็นหนี้ในการซื้อขายหุ้นจำนวนดังกล่าวเป็นเงิน ๒๕,๐๒๖ บาท ส่วนหุ้นอื่นนอกจากนี้ไม่มีการซื้อขายแทน แต่จำเลยมีตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทที่จำเลยมอบให้เป็นหลักประกันมีจำนวนพอที่โจทก์จะคิดหักเอาชำระได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยสั่งให้โจทก์ซื้อและขายหุ้นตามที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด และวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน ๑๔๖,๐๕๙.๘๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน ๑๔๖,๐๕๙.๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยโดยให้โจทก์คิดเอาชำระจากตั๋วสัญญาใช้เงินเสียก่อน ขาดเท่าใดจึงให้บังคับเอาแก่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่เป็นจำนวนเงินดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และวินิจฉัยในข้อกฎหมายว่า การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องตามคำร้องลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๒๔ นั้น โจทก์เพียงแต่ขอแก้ไขรายการตามบัญชีแนบท้ายฟ้องเกี่ยวกับวันที่ซื้อหุ้นของกองทุนสินภิญโญจากวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๒๑ เป็นวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๑ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบตามข้อความที่ถูกต้องในเอกสารที่โจทก์อ้างได้โดยไม่จำเป็นต้องขอแก้ไขคำฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องตามคำร้องดังกล่าวชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2188/2527
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงเทพธนาธร จำกัด โจทก์
นายวิชิต โลหะกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงเทพธนาธร จำกัด · จำเลย - นายวิชิต โลหะกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายถวิล ตรีเพชร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัส มุ่งศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา