⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1609/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ศาลชั้นต้นมีให้ยกคำร้องขอแก้ไขคำให้การจำเลยนั้น ไม่ใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความตามกฎหมาย จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ไขคำให้การจำเลยไว้พิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องนั้นเสียคำสั่งยกคำร้องนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาและไม่ใช่เป็นกรณีศาลสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 18 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งนั้นไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 226 ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจรับพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย และศาลฎีกาก็พิจารณาตามข้อฎีกาของจำเลยต่อไปไม่ได้ให้ยกอุทธรณ์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และฎีกาจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกพระยาเพชร์ปาณีตามพินัยกรรมฝ่ายจำเลยคัดค้านว่า พินัยกรรมทำขึ้นเพราะกลฉ้อฉลและข่มขู่ ศาลชั้นต้นดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาท เรียกฝ่ายผู้ร้องว่า โจทก์เรียกฝ่ายผู้คัดค้านว่าจำเลย สืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว นายกาญจน์จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องคัดค้านศาลชั้นต้นสั่งว่า แม้ข้ออ้างของจำเลยจะยื่นได้ก่อนวันชี้หรือไม่ก็ตาร การขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อต่อสู้หรือขอคัดค้านเดิมหลังวันชี้จะทำให้เฉพาะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้องของประชาชนแต่คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยเป็นการโต้แย้งความไม่สมบูรณ์หรือความเสียเปล่าของพินัยกรรม ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ อ้างว่าจำเลยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาไม่ได้ แต่ศาลอุทธรณ์สั่งว่า จำเลยอุทธรณ์ได้ ให้รับอุทธรณ์แล้วพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา และเป็นกรณีศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยไว้พิจารณาแล้วจึงสั่งยกคำร้อง ไม่ใช่เป็นกรณีสั่งไม่รับคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งนั้นไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๖ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจรับพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย และศาลฎีกาก็พิจารณาตามข้อฎีกาของจำเลยต่อไปไม่ได้ ให้ยกอุทธรณ์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2506 พระยาวิชิตสรไกร ที่ 1 พระบริรักษ์นิติเกษตรที่ 2 หลวงมัศย์จิตการ ที่ 3 นาง กิมเจง รักตประจิต ที่ 4 โจทก์ นางศรี รักตประจิต โดยนายมาลัย รักตประจิต ที่ 1 นายกาญจน์ รักตประจิต ที่ 2 จำเลย นายอุดม รักตประจิต ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความนาง - พระยาวิชิตสรไกร ที่ 1 พระบริรักษ์นิติเกษตรที่ 2 หลวงมัศย์จิตการ ที่ 3 · โจทก์ - กิมเจง รักตประจิต ที่ 4 · รักตประจิต - นางศรี รักตประจิต โดยนายมาลัย รักตประจิต ที่ 1 นายกาญจน์ · จำเลย - ที่ 2 · ผู้ร้องสอด - นายอุดม รักตประจิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 685/2550ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 2329/2553ฎีกา 241/2547ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 7231/2538ฎีกา 601/2537ฎีกา 1333/2531ฎีกา 89/2502ฎีกา 3601/2530ฎีกา 1426/2493ฎีกา 3050/2544ฎีกา 2947/2522ฎีกา 2012/2542ฎีกา 2188/2527ฎีกา 2200/2514
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา