⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1333/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1333/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาที่ห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) คือคำสั่งที่ศาลทำขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งมิใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นสั่งว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบและนัดฟังคำพิพากษาในเวลาอีก 20 วัน ผู้ร้องจะอุทธรณ์คำสั่งก่อนวันนัดไม่ได้ เพราะเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(1) และจะขอให้พิจารณาใหม่ก็ไม่ได้เพราะศาลชั้นต้นมิได้สั่งว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณา.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นชี้สองสถานแล้วให้ผู้ร้องนำสืบก่อน ชั้นไต่สวนผู้ร้องขอเลื่อนคดีหลายครั้ง และในวันที่ 18 กรกฎาคม 2529 ก็ขอเลื่อนอีก ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการประวิงคดีไม่อนุญาตให้เลื่อนและให้ผู้ร้องสืบพยาน แต่ผู้ร้องยังคงขอเลื่อนศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 7 สิงหาคม 2529 ต่อมาในวันที่ 28 กรกฎาคม 2529ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ให้ยกอุทธรณ์คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดแก่ผู้ร้อง ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ที่ผู้ร้องขัดทรัพย์ฎีกาว่า อุทธรณ์ของผู้ร้องขัดทรัพย์ที่ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นโดยให้มีการพิจารณาคดีใหม่ มิได้เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา เพราะคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นผลให้คดีสิ้นสุดลง กรณีไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งว่าผู้ร้องขัดทรัพย์ขาดนัดพิจารณา ผู้ร้องขัดทรัพย์จึงขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้และการที่ผู้ร้องขัดทรัพย์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษาคดี เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226 (1) ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1333/2531 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ทวี ทรัสต์ จำกัด ฯ โจทก์ นางสาว สุภาณี สุทธิกุล พิทักษ์ จำเลย นาย สุรพงษ์ สุทธิกุล พิทักษ์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ทวี ทรัสต์ จำกัด ฯ · จำเลย - นางสาว สุภาณี สุทธิกุล พิทักษ์ · ผู้ร้อง - นาย สุรพงษ์ สุทธิกุล พิทักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 4473/2541ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515ฎีกา 2293/2519ฎีกา 6374/2550ฎีกา 2411/2529ฎีกา 1394/2521ฎีกา 1554/2524ฎีกา 1840/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา