⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 89/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2502

ย่อคำพิพากษา

เมื่อฟ้องของโจทก์ในคดีนี้มีประเด็นว่า ทรัพย์พิพาทเป็นของใคร นิติกรรมซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่ เป็นประเด็นเช่นเดียวกับที่ได้ฟ้องร้องกันมาแล้วในคดีก่อน และศาลได้วินิจฉัยประเด็นข้อโต้เถียงระหว่างโจทก์จำเลยแล้วทุกประเด็นจึงเป็นฟ้องซ้ำซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา148 การที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและคำให้การในคดีเรื่องก่อนก็ดี สั่งงดไม่ให้สืบพยานก็ดี ล้วนแต่เป็นเรื่องดำเนินการพิจารณาในคดีทั้งสิ้น คำสั่งของศาลดังกล่าวจะเป็นการถูกต้อง ขอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันให้ถึงที่สุดไปด้วยการอุทธรณ์ฎีกา คู่ความจะหาวิธีแก้ด้วยการยืนคำฟ้องใหม่โดยหวังจะให้คำพิพากษาในคดีเรื่องใหม่นี้ลบล้างคำพิพากษาเรื่องก่อนซึ่งมีผลบังคับตามกฎหมายผูกพันคู่ความอยู่แล้วในประเด็นเดียวกันหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

นางบุญชวนหรือชวน เฟื่องฟอง จำเลย เดิมจำเลยในคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์ที่ ๒ ในคดีนี้ออกจากที่พิพาทตามคดีแพ่งแดงที่ ๗๒-๗๓ /๒๔๙๙ ของศาลจังหวัด ชลบุรี โจทก์ที่ ๑ ในคดีนี้ขอเข้าเป็นจำเลยร่วมกับโจทก์ที่ ๒ ด้วย. แล้วโจทก์ทั้ง ๒ ในคดีนี้ได้ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นคดีอีกสำนวนหนึ่ง ใจความว่า โจทก์ในคดีนี้ได้ซื้อที่พิพาทไว้ต่อมาโจทก์ที่ ๒ ประสงค์จะกันทรัพย์ราบนี้มิให้ตกได้แก่บุตรและภริยาอื่นของโจทก์ที่ ๑ โจทก์ที่ ๒ จึงทำนิติกรรมอำพรางลงวันที่ ๑๕ ก.พ. ๙๖ ขายให้จำเลยในคดีนี้ โจทก์ที่ ๑ มิได้รู้เห็นยืนยอมและได้บอก ล้างสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นนิติกรรมอำพราง ฯลฯ คดีสองสำนวนดังกล่าว ศาลสั่งรวมพิจารณา หลังวันชี้สองสถานโจทก์ทั้ง ๒ ในคดีนี้ยื่นคำร้องขอแก้คำฟ้องเกี่ยวกับหนังสือสัญญาซื้อขายในสำนวนดังกล่าว จากวันที่ ๑๕ ก.พ. ๙๖ เป็นวันที่ ๑๖ ก.พ. ๙๒ จำเลยในคดีนี้คัดค้านไม่ให้แก้ ศาลจึงไม่อนุญาตให้แก้คำฟ้องในคดีก่อนและวินิจฉัยว่า โจทก์ในคดีนี้ไม่มีประเด็นจะสืบตามฟ้องและคำให้การในคดีก่อนได้พิพากษาให้ยกฟ้องสำนวนที่โจทก์ในคดีนี้เป็นโจทก์และให้จำเลยในคดีนี้ชนะ ขับไล่โจทก์ในคดีนี้ คดีทั้งสองสำนวนนี้ถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยในคดีนี้ใหม่อีก โดยกล่าวบรรยายฟ้องอย่างเดียวกับที่ได้ฟ้องจำเลยนี้ในสำนวนก่อน ผิดกันแต่ฟ้องในคดีนี้บรรยายเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายที่โจทก์อ้างว่าเป็นนิติกรรมอำพรางนั้น โจทก์บรรยายฟ้องในคดีใหม่นี้ว่า ฉบับลงวันที่ ๑๖ ก.พ. ๙๖ เพราะระบุในฟ้อง สำนวนก่อนผิดไป ได้ร้องขอแก้แล้วแต่ศาลสั่งยกคำร้องเสียและท้ายคำฟ้องขอให้ศาลสั่งว่าสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นโมฆะ และขอให้ศาลพิพากษายกเลิกหรือทำลายคำพิพากษาคดีแพ่งแดงที่ ๗๒-๗๓/๒๔๙๙ เสีย จำเลยปฏิเสธและตัดฟ้องว่าเป็นฟ้องจำกับคดีแพ่งแดงที่ ๗๒-๗๓/๒๔๙๙ และเป็นฟ้องเคลือบคลุม ก่อนสืบพยานจำเลยขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องฟ้องซ้ำและฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีแพ่งแดงที่ ๗๒-๗๓/๒๔๙๙ ศาลยังมิได้วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์ของทรัพย์ตามสัญญาที่โจทก์อ้าง ฟ้องโจทก์อ้าง ฟ้องโจทก์จึงมิใช่ฟ้องซ้ำ และเห็นว่าไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมแต่เป็นฟ้องซ้ำต้องห้าม พิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์ในคดีนี้มีประเด็นว่าทรัพย์เป็นของใคร นิติกรรมซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพรางหรือไม่เป็นประเด็นเช่นเดียวกับที่ได้ฟ้องร้องกันมาแล้วในสำนวนเรื่องก่อนนั่นเอง และศาลได้วินิจฉัยประเด็นข้อโต้เถียงระหว่างโจทก์จำเลยแล้วทุกประเด็น ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ. แพ่งมาตรา ๑๔๘ การที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องและคำให้การในคดีเรื่องก่อนก็ดี สั่งงดไม่ให้สืบพยานก็ดี ล้วนแต่เป็นเรื่องดำเนินการพิจารณาในคดีเรื่องก่อนก็ดี สั่งงดไม่ให้สืบพยานก็ดี ล้วนแต่เป็นเรื่องดำเนินการพิจารณาในดีเรื่องนั้นทั้งสิ้น คำสั่งของศาลดังกล่าวจะเป็นการถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันให้ถึงที่สุดไปในคดีเรื่องนั้นเอง ด้วยการอุทธรณ์ฎีกาต่อไปตามประมวลวิธีพิจารณาความ โจทก์จะหาวิธีแก้ด้วยการยืนคำฟ้องขึ้นมาใหม่โดยหวังจะให้คำพิพากษาในคดีเรื่องใหม่นี้ลบล้างคำพิพากษาเรื่องก่อนซึ่งมีผลบังคับตามกฎหมายผูกพันโจทก์จำเลย-คู่กรณีเดียวกันอยู่แล้วในประเด็นข้อหาเดียวกันไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2502 เรือเอกเหรียญ รัชคะนาวินที่ 1 นางจุ้ย รัชตะนาวินที่ 2 โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - เรือเอกเหรียญ รัชคะนาวินที่ · โจทก์ - นางจุ้ย รัชตะนาวินที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วุฒินัยเนติศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดชลบุรี นายประพันธ์ พ · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ นายเริ่ม นนทสุด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1679/2540ฎีกา 685/2550ฎีกา 1022/2551ฎีกา 5640/2540ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 469/2531ฎีกา 3474/2538ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1145/2512ฎีกา 70/2518ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534ฎีกา 1068/2522ฎีกา 100/2540ฎีกา 352/2498ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 226/2532ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3601/2530ฎีกา 459/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา