คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3474/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์ไม่สั่งให้งดการพิจารณาคดีเดิมระหว่างรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษาคดีเดิมเสร็จแล้ว แม้จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง ก็ไม่มีเหตุให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งและพิจารณาใหม่ได้ หากจำเลยมีสิทธิเรียกร้องตามฟ้องแย้ง ก็ชอบที่จะไปฟ้องเป็นคดีใหม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์มิได้ทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นงดการพิจารณาไว้ในระหว่างอุทธรณ์และระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาปรากฏว่าคดีเดิมศาลชั้นต้นได้พิจารณาพิพากษาเสร็จ คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ดังนี้จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องแย้งและรื้อฟื้นพิจารณาพิพากษาประเด็นตามฟ้องแย้งใหม่ หากจำเลยเห็นว่ามีสิทธิตามฟ้องแย้งก็ชอบที่จะไปฟ้องเป็นคดีใหม่ได้เพราะคำพิพากษาดังกล่าวไม่ตัดสิทธิของจำเลยที่จะเรียกร้องได้ตามสิทธิของตน กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าฟ้องแย้งเกี่ยวกับฟ้องเดิมหรือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางฉวีวรรณ สวัสดิ์เรียวกุล · จำเลย - นายไกรสิงห์ ไชยสิงห์ทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งธนบุรี - นายสุวิทย์ นรนุตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญพัฒน์ อิทธิธรรมวินิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา