คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกู้เงินโดยมอบใบรับของคลังสินค้าไว้เป็นประกัน ไม่ถือเป็นการจำนำ และหากผู้กู้ได้ขายสินค้านั้นไปแล้ว ผู้ให้กู้ย่อมไม่ใช่เจ้าหนี้มีประกันตามกฎหมายล้มละลาย
* การย้ายที่อยู่หลายครั้งโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ จนไม่สามารถส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องได้ ถือเป็นการประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ และเข้าข่ายมีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลาย
ย่อคำพิพากษา
ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์และรับเงินไปโดยนำใบรับของคลังสินค้ามามอบไว้ ดังนี้ เป็นการกู้เงินโดยมีใบรับของคลังสินค้าเป็นประกันมิใช่จำนำ และต่อมาจำเลยก็นำสินค้านั้นขายไปหมดแล้ว โจทก์จึงมิใช่เจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 10
จำเลยเป็นหนี้โจทก์ แล้วจำเลยย้ายที่อยู่หลายคราวเป็นการถาวร เมื่อจำเลยย้ายไปโดยไม่แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบ เวลาโจทก์ฟ้องก็ส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้ไม่ได้ ต้องประกาศหนังสือพิมพ์ ก็ต้องถือว่าได้ไปเสียจากเคหสถาที่เคยอยู่เพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับขำระหนี้ ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(4) ข.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ แต่ไม่ได้รับเงินกู้ไปทันที โดยได้ทำหลักฐานไว้ต่อกันอีกฉบับหนึ่งว่า โจทก์ได้รับฝากเงินจำนวนนั้นไว้จากจำเลยโจทก์จะจ่ายเงินฝากจำนวนนี้ให้เมื่อจำเลยนำไม้หมอนมาฝากโกดังสินค้าของโจกท์โดยจ่ายให้คิดตามจำนวนไม้หมอนท่อนละ ๑๐ บาท แล้วต่อมาจำเลยได้นำไม้หมอนมาฝากโกดังสินค้าและได้รับเงินไปครบจำนวนที่ทำสัญญากู้ โดยมอบใบรับของไว้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยเอาไม้หมอนที่ฝากไว้ไปขาย และจำเลยไม่ได้ส่งใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตามกำหนด โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยเป็นคนล้มละลาย โดยกล่าวบรรยายด้วยว่าโจทก์ทวงถามจำเลยแล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ กลับหลีกเลี่ยงหลบซ่อนตัวไปจากที่พักอาศัยอันเป็นประจำ เป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นต้น
จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์เป็นผู้รับจำนำไม้หมอนหรือรับจำนำเอกสารสิทธิ คือ ใบรับไม้หมอน โจทก์จะต้องบอกกล่าวบังคับจำนำจากจำเลยเสียก่อน โจทก์เป็นเจ้าหนี้มีประกัน และจำเลยไม่ใช่คนมีหนี้สินล้นพ้นตัว
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณืวินิจฉัยว่า ลักษณะหนี้รายนี้เป็นกู้ยืม ไม่ใช่จำนำ ไม่ใช่หนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐ และฟังว่าจำเลยย้ายที่อยู่อาศัยหลายคราวเป็นการถาวรไม่ใช่ชั่วคราว เป็นการจงใจหลีกเลี่ยงหลบซ่อนเจ้าหนี้ไม่ให้ทำการติดต่อทวงถามได้ถูกต้อง เมื่อจำเลยย้ายไปโดยไม่แจ้งให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ทราบ ก็ต้องถือว่าจำเลยได้ไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่เพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับขำระหนี้ ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘(๔) ขอให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษายืน และได้ให้เหตุผลไว้ด้วยว่า นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการกู้ยืมเงินกันโดยมีใบรับไม้หมอนจากคลังสินค้าเป็นประกันหาใช่ลักษณะจำนำไม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2504
บริษัทไทยประสิทธิประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด โจทก์
นายประกอบ วัชสินธุ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทไทยประสิทธิประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด · จำเลย - นายประกอบ วัชสินธุ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัญญา ธรรมศักดิ์ · ประจักษ์ศุภอรรถ · เจริญ ฤทธิศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายกิตติ สีหนนทน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายห้วน ประชาบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา