⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5884/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5884/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสืบพยานและการรับฟังพยานหลักฐานนั้น โดยทั่วไปต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้.

ย่อคำพิพากษา

อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสืบพยานโจทก์และการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ เมื่อคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2552 ซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาตามยอม รวม 4 คดี จำเลยตกลงยินยอมชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความแก่โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ภายในวันที่ 10 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยเสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (8) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.24 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาต จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าวันนัดพิจารณาคดีในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 มีการเลื่อนคดีซึ่งทนายโจทก์และทนายจำเลยขอกำหนดวันนัดพิจารณาคดีที่เลื่อนไปเป็นวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 มิใช่วันที่ 22 เมษายน 2556 ซึ่งต่อมามีการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว จำเลยมิได้จงใจขาดนัดพิจารณาและโจทก์มิได้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานโจทก์ให้จำเลยก่อนการสืบพยาน เป็นการไม่ชอบและไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้ กรณีต้องย้อนสำนวนแล้วให้โจทก์ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของพยานโจทก์และให้จำเลยนำพยานเข้าสืบนั้น เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งคำสั่งของศาลล้มละลายกลางเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลในการสืบพยานโจทก์และการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ เมื่อคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าวมิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ทั้งศาลฎีกาพิจารณาแล้วไม่มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดตามมาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปมีว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยเป็นหนี้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมของศาลจังหวัดพระโขนง รวม 4 คดี จำนวนหนี้รวมเป็นเงิน 14,750,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความตามสำเนาคำพิพากษาตามยอม สำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความและสำเนารายงานกระบวนพิจารณา เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ 10 กันยายน 2552 ซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาตามยอม รวม 4 คดี จำเลยตกลงยินยอมชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าทนายความแก่โจทก์และเจ้าหนี้อื่นอีก 3 ราย ภายในวันที่ 10 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นการที่จำเลยเสนอคำขอประนอมหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 8 (8) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่จำเลยขาดนัดพิจารณา จึงไม่มีพยานหลักฐานมาสืบ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5884/2559 หม่อมหลวงศักดิ์สิริ กฤดากร โจทก์ นายอเล็กซิส เวนทูราส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หม่อมหลวงศักดิ์สิริ กฤดากร · จำเลย - นายอเล็กซิส เวนทูราส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ปิยกุล บุญเพิ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นางสาวภารดี เพ็ญเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.549/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4339/2534ฎีกา 534/2504ฎีกา 1245/2553ฎีกา 1239/2514ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 3733/2531ฎีกา 3556/2533ฎีกา 5035/2541ฎีกา 1348/2550ฎีกา 7248/2540ฎีกา 2203/2531ฎีกา 1063/2533ฎีกา 849/2534ฎีกา 4852/2551ฎีกา 780/2542ฎีกา 606-607/2525ฎีกา 1343/2505ฎีกา 2287/2550ฎีกา 7539/2548ฎีกา 974/2519ฎีกา 2565/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา