คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 (9) นั้น ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าลูกหนี้มีหนี้สินเกินกว่าทรัพย์สินที่มีอยู่หรือไม่ โดยการมีหนังสือทวงถามหลายครั้งและระยะเวลาห่างกันตามที่กฎหมายกำหนด เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเบื้องต้นเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ก่อนฟ้องโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวนเกินกว่า 30,000 บาทแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ โดยจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ กรณีจึงเข้าข้อสันนิษฐานตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 (9) ว่าจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๖ ครั้งเป็นเงิน ๑๘๘,๐๐๐ บาททำสัญญากู้กันไว้ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยจึงแจ้งบอกเลิกสัญญาและให้ทนายความมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ไม่น้อยกว่า ๒ ครั้งมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน จำเลยได้รับหนังสือทวงถามแล้วแต่ไม่ยอมชำระหนี้ แสดงว่าจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หนี้ดังกล่าวนี้เป็นหนี้ที่มีจำนวนแน่นอน ขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยและนายณรงค์ได้ร่วมกันออกเงินให้ผู้อื่นกู้โจทก์มีหน้าที่ออกเงินให้กู้ จำเลยกับนายณรงค์เป็นผู้นำเงินไปให้ผู้อื่นกู้อีกต่อหนึ่งโดยได้ผลประโยชน์เป็นเปอร์เซ็นต์จากดอกเบี้ย การกู้เงินจากโจทก์ทุกครั้งจำเลยเป็นผู้ลงชื่อในสัญญากู้ นายณรงค์ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกัน การกู้ครั้งที่ ๑, ๓ และ ๔ นายณรงค์เป็นผู้รับเงินไป นอกนั้นจำเลยเป็นผู้รับเงินจำเลยได้ชำระเงินคืนให้โจทก์ไปแล้วคงเหลือเป็นหนี้อยู่เพียง ๑,๕๐๐ บาท จำเลยมีทรัพย์สินพอชำระหนี้ ไม่ได้เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวดังฟ้องขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนฟ้องโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวนเกินกว่า ๓๐,๐๐๐ บาทไม่น้อยกว่าสองครั้ง และมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ โดยจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้กรณีจึงเข้าข้อสันนิษฐานตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘(๙) ว่าจำเลยเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ที่ศาลล่างให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ ชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1711/2525
นายวิมล วะนา โจทก์
นายจันทร กาวรรณธง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวิมล วะนา · จำเลย - นายจันทร กาวรรณธง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสาท บุณยรังษี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสุวรรณ ปัญญาภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ โชติพานิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา