⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 208/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทไม่ต้องรับผิดในหนี้ของผู้ตายเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำหนี้ของผู้ตายมาฟ้องจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทให้ล้มละลาย หนี้ดังกล่าวจึงมิใช่หนี้ที่จำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัวแม้จำเลยทั้งสามจะเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย ซึ่งจะต้องรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของผู้ตายที่โดยสภาพไม่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ด้วยก็ตาม ก็ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่จะตกได้แก่ตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 และตามคำฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยทั้งสามเป็นทายาทของผู้ตาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยแต่ละคนได้รับมรดกไว้เป็นจำนวนเท่าใด เพียงพอที่จะชำระหนี้แทนผู้ตายหรือไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้ล้มละลายได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1601 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความยื่นฟ้องนางอาภรณ์ ศิสุจจัย เป็นคดีล้มละลาย คดีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ตายค้างค่าจ้างว่าความเป็นเงิน ๑๒๙,๐๐๐ บาท โจทก์ทวงถามให้ผู้ตายและจำเลยที่ ๑ ชำระหลายครั้งแล้ว แต่บุคคลทั้งสามไม่ยอมชำระ ต่อมาเมื่อผู้ตายถึงแก่กรรม ทรัพย์มรดกตกทอดแก่จำเลยทั้งสาม โจทก์ได้ส่งหนังสือทวงถามแก่จำเลยทั้งสามแล้ว จำเลยทั้งสามไม่ชำระ เพราะจำเลยทั้งสามมีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยทั้งสามเป็นหนี้โจทก์ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท เป็นหนี้กำหนดจำนวนได้แน่นอนและประวิงการชำระหนี้โดยไปเสียจากเคหสถานที่เคยอยู่ ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของผู้ตาย และจำเลยทั้งสามในฐานะผู้รับมรดกโดยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยทั้งสามเป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสามในการว่าไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ เป็นเพียงทายาทของผู้ตายเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้ล้มละลาย ทั้งเป็นคำฟ้องที่ฟ้องเกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกหนี้ตาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน เพราะข้อเท็จจริงในคำคู่ความพอวินิจฉัยได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นหนี้ของนายสมพงษ์ผู้ตาย หาใช่หนี้ที่จำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดเป็นส่วนตัวไม่ ฉะนั้นแม้จำเลยทั้งสามจะเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย ซึ่งจะต้องรับไปทั้งสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่าง ๆ ของผู้ตาย ที่โดยสภาพไม่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ด้วยก็ตาม ก็ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่จะตกได้แก่ตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๑ และตามคำฟ้องของโจทก์ระบุเพียงว่าจำเลยทั้งสามเป็นทายาทของผู้ตาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยแต่ละคนได้รับมรดกของผู้ตายไว้เป็นจำนวนเท่าใด เพียงพอที่จะชำระหนี้แทนผู้ตายหรือไม่ ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสามให้ล้มละลายได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 208/2531 นายเปลื้อง นิติลัทธิ โจทก์ นายกิมเฮียะ สันตีระชัยวัฒนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเปลื้อง นิติลัทธิ · จำเลย - นายกิมเฮียะ สันตีระชัยวัฒนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายสันติ โภคารัตนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5399/2550ฎีกา 7249/2540ฎีกา 2660/2531ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5969/2559ฎีกา 2568/2537ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4339/2534ฎีกา 2900/2543ฎีกา 1646/2519ฎีกา 2099/2532ฎีกา 187/2516ฎีกา 2230/2544ฎีกา 1248/2473ฎีกา 4046/2541ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3047/2529ฎีกา 3778/2542ฎีกา 8716/2550ฎีกา 3733/2531ฎีกา 761/2544ฎีกา 3556/2533ฎีกา 2384/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา