⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1280/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินที่ตกลงแบ่งปันกันตามสัญญายอมความไม่มีอยู่จริงและไม่ใช่ความผิดของจำเลย สัญญานั้นย่อมไม่มีผลผูกพันทรัพย์สินอื่นของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

สัญญายอมความที่จำเลยตกลงแบ่งเงินของเจ้ามรดกในธนาคารให้โจทก์โดยเฉพาะนั้น เมื่อเงินไม่มีอยู่ในธนาคารโดยไม่ใช่ความผิดของจำเลยแล้ว สัญญาแบ่งเงินนั้นก็ไม่มีผลผูกพันทรัพย์อื่นของจำเลย ฉะนั้น โจทก์จะขอให้ยึดทรัพย์จำเลยมาใช้เงินตามสัญญานั้นไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1601

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นมารดาเลี้ยง ขอแบ่งทรัพย์อ้างว่าเป็นมรดกของนายคำ บิดา ทรัพย์อันดับ ๗ คือ เงินสดฝากธนาคารเกษตร สาขาอำเภอบางมูลนาค ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยาน โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลว่า จำเลยยอมแบ่งเงินมรดกที่ธนาคารให้โจทก์ ๖,๕๐๐ บาท โจทก์ยอมรับเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องในทรัพย์มรดกรายนี้อีก ต่อมาศาลออกหมายบังคับคดียึดที่นา ๑ แปลง เรือน ๑ หลัง ตามคำขอของโจทก์ซึ่งอ้างว่าจำเลยถอนเงินในธนาคารไปหมดแล้ว จำเลยยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ศาลสั่งถอนการยึดและขอให้ศาลสอบถามธนาคาร ได้รับตอบจากธนาคารว่า นายคำไม่เคยฝากเงินต่อธนาคารเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยยอมยกเงินในธนาคารให้โจทก์ ก็เท่ากับยอมให้เงินโจทก์เป็นจำนวนดังกล่าว เงินนี้จะอยู่ที่ไหนไม่สำคัญ เมื่อปรากฎว่าไม่มีเงินในธนาคาร จำเลยก็ต้องรับผิดใช้เงิน ให้ยกคำร้องจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ถอนการยึดทรัพย์ของจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญายอมความปรากฎชัดว่า จำเลยตกลงแบ่งเงินในธนาคารให้แก่โจทก์ ทั้งนี้ อาจจะเป็นโดยจำเลยเห็นว่า เมื่อแบ่งให้โจทก์เสีย ๖,๕๐๐ บาท จำเลยคงมีเงินเหลือ ๓๓,๕๐๐ บาท ซึ่งเป็นส่วนได้ของจำเลย จะถือว่าเมื่อจำเลยตกลงเช่นนั้นแล้วก็เท่ากับจำเลยยอมยกเงินให้โจทก์เป็นจำนวนดังกล่าว เงินจะอยู่ที่ไหนไม่สำคัญหาได้ไม่ เพราะจำเลยยังเถียงอยู่ว่า ทรัพย์อย่างอื่นที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งไม่ใช่ทรัพย์มรดกเป็นสินเดิมของจำเลย บางอย่างก็ไม่มี จำเลยไม่ได้ตกลงยอมให้เงินของจำเลยเพื่อมิให้โจทก์แบ่งทรัพย์มรดกอย่างอื่น หากแต่จำเลยตกลงแบ่งเฉพาะเงินที่มีอยู่ในธนาคารเท่านั้น เมื่อปรากฎว่าเงินไม่มีอยู่ในธนาคารโดยไม่ใช่ความผิดของจำเลย สัญญาแบ่งเงินก็ไม่มีผลผูกพันทรัพย์อื่นของจำเลย โจทก์จะขอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยมาใช้เงินตามสัญญาย่อมไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ถอนการยึดทรัพย์จำเลยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2505 นายขำ ชำนาญ โจทก์ นางพลอย เขียวเจ๊ก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายขำ ชำนาญ · จำเลย - นางพลอย เขียวเจ๊ก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายจินดา เกตปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายเปลี่ยน เริ่มก่อสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2389/2540ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 2241/2521ฎีกา 3208/2538ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 946/2509ฎีกา 3760/2533ฎีกา 766/2543ฎีกา 7706/2548ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 1451/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา