⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 712/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความตกลงท้าให้ศาลวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงที่กำหนดไว้ หากศาลวินิจฉัยนอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่คู่ความตกลงกันไว้ ถือว่าเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยจับจองทับที่ของโจทก์ขอให้เพิกถอนการจับจอง จำเลยต่อสู้ว่า ที่ที่จับจองเป็นที่ว่างเปล่า ในที่สุดได้ตกลงท้ากันให้ศาลไปดูและวินิจฉัยเจาะจงข้อเถียงว่า ถ้าที่พิพาทเป็นที่ซึ่งปลูกพืชและธัญญะชาติ ก็ให้ โจทก์ชนะคดี ถ้าที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ปลูกพืชผลธัญญะชาติอะไรไปเลย ให้จำเลยชนะคดี ดังนี้ เมื่อ ศาลไปดูแล้วปรากฎว่า ที่พิพาทมีสภาพเป็นที่ซึ่งปลูกพืชผลธัญญะชาติสมจริงแล้ว แม้จะมิได้ปลูกเต็มเนื้อที่พิพาท ก็ต้องให้โจทก์ชนะคดี ได้ที่พิพาททั้งหมด จะแบ่งให้โจทก์ได้เฉพาะตอนที่ปลูกพืชผล ส่วนตอนที่ไม่ได้ปลูกให้ได้แก่ จำเลยนั้นไม่ถูกต้องเพราะมิได้อยู่ในขอบข่ายแห่งประเด็นข้อท้า เป็นการนอกประเด็น./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทห์ฟ้องว่า จำเลยจับจองทับที่ของโจทก์ประมาณ ๘ ไร่ ๘๐ วา จึงขอให้เพิกถอน จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่า คราวชี้สองสถาน คู่ความตกลงกะประเด็นข้อแพ้ชนะกันข้อเดียวว่า ่ "ที่ดินรายพิพาทเป็นที่ดินซึ่งปลูกพืชผลธัญญะชาติ หรือเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ปลูกอะไรเลย ถ้าที่รายพิพาทเป็นที่ซึ่งปลูกพืชผลธัญญะชาติอยู่ให้โจทก์ชนะคดี ถ้าเป็น ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ปลูกพืชผลธัญญะชาติอะไรในที่ดินเลย ให้จำเลยชนะคดี ให้ศาลไปดูที่ดินรายพิพาทแล้วชี้ ขาด" ศาลชั้นต้นไปดูที่พิพาทพร้อมด้วยคู่ความแล้ว จดรายงานกระบวนพิจารณาว่า ที่พิพาทภายในเส้นสีแดงเนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่เศษ มีกระต๊อบ ๑ หลัง ต้นกล้วย ๑๙ ต้น ร่องมัน ๒๒ ร่อง ร้านถั่วเก่า ๕๐ หลุม มะละกอต้นเล็ก ๆ ๑๐ ต้น นอกนั้นเป็นที่ ว่างเปล่ามิได้ทำประโยชน์ปลูกพืชผลอะไรไว้เลย และชี้ขาดว่าที่พิพาทภายนอกเส้นสีแดงเป็นที่ว่าง โจทก์ไม่มีสิทธิครอบ ครอง คงพิพากษาให้เฉพาะที่ภายในเส้นสีแดง ๑ ไร่ เศา เป็นที่ดินของโจทก์ให้เพิกถอนการจับจองทับในส่วนนี้. โจทก์อุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ควรชนะคดีเต็มความฟ้อง จึงพิพากษาแก้ให้เพิกถอนการจับของที่พิพาททั้งหมด. จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคู่ความได้ประนอมระงับข้อโต้เถียงมิได้ ประสงค์ให้ศาลวินิจฉัยบรรดาประเด็นข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ ตกลงกันใหม่เพียงตั้งประเด็นขอให้ศาลไปดูและวินิจฉัยโดยเฉพาะเจาะจงข้อเดียวว่า ถ้าที่พิพาทเป็นที่ซึ่ง ปลูกพืชผลธัญญะชาติให้โจทก์ชนะคดี ถ้าที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ปลูกพืชผลธัญญะชาติอะไรเลย ให้จำเลยแพ้ คดีก็เมื่อปรากฎตามที่ศาลไปดูว่าที่พิพาท มีสภาพเป็นที่ซึ่งปลูกพืชผลธัญญะชาติ สมจริงแล้ว ก็ชอบที่จะพิพากษาให้โจทก์ ชนะคดีไปตามคำท้า ส่วนการที่จะวินิจฉัยสับซอยต่อไปอีกว่า ที่พิพาทนอก สีแดงเป็นที่ว่าง โจทก์ก็ไม่มีสิทธิครอบครอง นั้น มิได้อยู่ในขอบข่ายแห่งประเด็นข้อท้า. ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 712/2496 นายก้อนแก้ว หรือ ก้อน ทรายคำ โจทก์ นายสุพจน์ แสงชัยรินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายก้อนแก้ว หรือ ก้อน ทรายคำ · จำเลย - นายสุพจน์ แสงชัยรินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายอินทร์ อุดล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอาทรคดีราษฎร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 2169/2523ฎีกา 4085/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา