⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1487/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2551

ป.พ.พ. ม.1599, 1600, 1601

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนสำเร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธิเรียกร้องย่อมเกิดขึ้นทันที และความรับผิดของผู้ตายย่อมตกทอดแก่ทายาทตามส่วนแห่งมรดกที่ได้รับ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายทำบันทึกข้อตกลงกับโจทก์ว่าจะนำเงินที่ได้จากโครงการออกก่อนเกษียณราชการชำระหนี้แก่โจทก์ 100,000 บาท หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน สำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติให้ผู้ตายลาออกจากราชการแล้ว ดังนั้นเมื่อผู้ตายได้รับอนุมัติให้ลาออกและมีสิทธิรับเงินตามโครงการออกก่อนเกษียณราชการย่อมถือว่าเงื่อนไขบังคับก่อนที่ผู้ตายต้องรับผิดชอบชำระเงินให้แก่โจทก์ได้สำเร็จเป็นผลให้โจทก์เกิดสิทธิที่จะได้เงินจากผู้ตายได้แล้ว ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย ความรับผิดของผู้ตายต่อโจทก์ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทย่อมต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ตาย แต่ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1601

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1601

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1601 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จ แต่จำเลยทั้งสี่ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน ให้จำเลยทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ในข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องต่อศาลในวันที่ 13 สิงหาคม 2547 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทางราชการได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ตายนั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ อันจะเป็นเหตุให้โจทก์มีอำนาจฟ้องแล้วหรือไม่ เห็นว่า ผู้ตายทำบันทึกข้อตกลงกับโจทก์ว่าจะชำระเงินให้โจทก์ 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าจะชำระเงินให้โจทก์เมื่อผู้ตายได้รับอนุมัติให้ลาออกจากราชการตามโครงการออกก่อนเกษียณราชการ โดยจะนำเงินที่ได้จากโครงการดังกล่าวให้แก่โจทก์ ปรากฏว่าผู้ตายได้รับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอนุมัติให้ลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 ผู้ตายย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินจากการลาออกตามโครงการออกก่อนเกษียณราชการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 อันเป็นวันที่ได้รับอนุมัติให้ลาออกจากราชการซึ่งทางราชการต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ตายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 เป็นต้นไป เมื่อผู้ตายได้รับอนุมัติให้ลาออกและมีสิทธิรับเงินตามโครงการออกก่อนเกษียณราชการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 ย่อมถือได้ว่าเงื่อนไขบังคับก่อนที่ผู้ตายต้องรับผิดชอบชำระเงิน 100,000 บาท ให้แก่โจทก์ได้สำเร็จแล้วเป็นผลให้โจทก์เกิดสิทธิที่จะได้เงินจากผู้ตายได้แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2547 ผู้ตายถึงแก่ความตาย ความรับผิดของผู้ตายต่อโจทก์ย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600 จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทย่อมต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ตาย แต่ไม่จำต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1601 โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องต่อจำเลยทั้งสี่ทันทีตั้งแต่วันที่ผู้ตายถึงแก่ความตาย สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยทั้งสี่จึงมีขึ้นก่อนฟ้องคดีนี้แล้ว ทั้งได้ความว่าก่อนฟ้องคดีโจทก์ได้ให้ทนายความมีหนังสือทวงถามไปยังจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้วแต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2551 นางสาวสมบูรณ์ นิยม โจทก์ นางวัลลีย์ เทียนเพ็ง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสมบูรณ์ นิยม · จำเลย - นางวัลลีย์ เทียนเพ็ง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์ · ชวลิต สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสมุทรปราการ - นายตระการ อาษาศึก · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายพิทยา ลิ้มสุวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.645/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2114/2524ฎีกา 2241/2521ฎีกา 621/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 1415/2540ฎีกา 453/2521ฎีกา 2947/2560ฎีกา 1368/2510ฎีกา 3760/2533ฎีกา 7706/2548ฎีกา 370/2506ฎีกา 978/2510ฎีกา 1390/2506ฎีกา 953/2505ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1028/2564ฎีกา 876/2492ฎีกา 506/2530ฎีกา 2532/2523ฎีกา 4303/2530ฎีกา 5840/2541ฎีกา 1280/2505ฎีกา 9326-9327/2544ฎีกา 208/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา