⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2532/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2523

ป.พ.พ. ม.828, 1599, 1600 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.42, 44, 60 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หน้าที่และความรับผิดตามคำพิพากษาถึงที่สุดย่อมตกทอดแก่ทายาทของผู้ตาย และการบังคับคดีตามคำพิพากษาถึงที่สุดสามารถกระทำได้ภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยรับเงินและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมด้วยตึกแถวให้แก่โจทก์ จำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 14999, 1600 ไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42, 44 ดังนั้น ศาลชั้นต้นจึงอาจออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกของจำเลยได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกหรือมีคำสั่งให้ผู้จัดการมรดกของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยเสียก่อนแต่อย่างใด การที่โจทก์ขอให้บังคับคดีหลังจากคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว 7 ปีเศษ เป็นการขอให้บังคับคดีภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยขอปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ก่อนโจทก์แถลงขอให้ออกคำบังคับ โจทก์ย่อมมีสิทธิกระทำได้โดยไม่ต้องให้ผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยแก่จำเลยเพราะคำพิพากษามิได้กล่าวไว้เช่นนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.44 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.828 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1629

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยโอนตึกแถวและที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย ศาลฎีกาพิพากษาให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยรับเงินที่ค้างชำระ ๔๕,๐๐๐ บาท กับค่าเสียหายและค่าโอนกรรมสิทธิ์ ๑๕,๐๐๐ บาท รวม ๖๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์ ให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน พร้อมด้วยตึกแถวเลขที่ ๒๘๖ และ ๒๘๔ ให้แก่โจทก์หรือบุตรของโจทก์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนคร ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นก่อนคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ต่อมาจำเลยถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๑ ครั้นวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๒๒ ศาลจังหวัดสมุทรปราการได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้พลตรีบัลลังก์และนางสมใจเป็นผู้จัดการมรดกของจำเลย โจทก์ได้ยื่นคำแถลงลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๒๒ ขอให้ออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกของจำเลย ศาลแพ่งสั่งตามที่โจทก์ขอ ผู้จัดการมรดกของจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่า ศาลชั้นต้นต้องมีหมายเรียกผู้จัดการมรดกของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความเสียก่อนแล้วจึงส่งคำบังคับให้ การที่ศาลชั้นต้นไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวถือว่าเป็นการไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำบังคับของศาลชั้นต้น ส่วนเรื่องการบังคับให้ผู้จัดการมรดกของจำเลยโอนตึกแถวและที่ดินให้โจทก์นั้น โจทก์ขอให้ออกคำบังคับหลังจากศาลฎีกาพิพากษาเป็นเวลาหลายปี ค่าของเงินตกต่ำมาก กองมรดกของจำเลยควรได้ประโยชน์จากโจทก์บ้าง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้จัดการมรดกของจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วและจำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดีหน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙, ๑๖๐๐ ไม่ใช่เป็นเรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๔๒, ๔๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังนั้น ศาลชั้นต้นจึงอาจออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกของจำเลยได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกหรือมีคำสั่งให้ผู้จัดการมรดกของจำเลยเข้ามาเป็นคู่ความแทนจำเลยเสียก่อนแต่อย่างใด ปัญหาต่อไปมีว่า การที่โจทก์ขอให้บังคับคดีหลังจากคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ๗ ปีเศษ โจทก์จะต้องให้ผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยแก่จำเลยหรือไม่ ตามมาตรา ๒๗๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบัญญัติไว้ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอให้บังคับคดีตามพิพากษาได้ภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยขอปฏิบัติการชำระหนี้โอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้โจทก์ก่อนโจทก์แถลงขอให้ออกคำบังคับ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้บังคับคดีได้ภายในกำหนดดังกล่าว โดยไม่ต้องให้ผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยแก่จำเลยแต่อย่างใด เพราะคำพิพากษามิได้กล่าว พิพากษายืน โจทก์เรียงคำแก้ฎีกาเอง จึงไม่ต้องกำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้แก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2523 นายพัฒน์ นิวาศานนท์ โจทก์ นายถนัด ชมะสุนทร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพัฒน์ นิวาศานนท์ · ล. - นายถนัด ชมะสุนทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ จีระมะกร · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิรัตน์ ตันกุลรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 888/2490ฎีกา 6789/2541ฎีกา 4022/2558ฎีกา 4986/2558ฎีกา 5801/2538ฎีกา 1656/2512ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1083/2540ฎีกา 1763/2551ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1170/2505ฎีกา 39/2524ฎีกา 1499/2531ฎีกา 161/2507ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1249/2493ฎีกา 801/2503ฎีกา 5702/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา