⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1656/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2512

ย่อคำพิพากษา

ในคดีความผิดครั้งเดียวและกรรมเดียวกัน เมื่ออัยการโจทก์ได้ฟ้องจำเลยและศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว ผู้เสียหายจะฟ้องจำเลยในความผิดกรรมเดียวนั้นอีกไม่ได้ แม้ว่าการกระทำหรือกรรมนั้นจะแบ่งแยกความผิดออกได้เป็นหลายฐาน หรือเป็นความผิดอาญาแผ่นดินกับความผิดที่ยอมความกันได้ก็ตาม เพราะคำว่า "ในความผิด" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) มีความหมายถึงการกระทำอันหนึ่ง ๆ ในคราวเดียวกัน มิได้หมายถึงฐานความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ซึ่งเป็นโฉนดที่ดิน กับเอกสารหลักฐานการกู้ยืม ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๓๕, ๑๘๘ ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๑๐ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์แถลงว่าพนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาได้ฟ้องจำเลยยังศาลชั้นต้นเดียวกับฐานฉ้อโกงเจ้าหนี้ ศาลได้พิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วตามคดีอาญาเลขแดงที่ ๘๗๘/๒๕๑๐ คดีที่อัยการฟ้องดังกล่าวกับคดีที่โจทก์ฟ้องกรณีนี้เป็นการฟ้องที่หาว่าจำเลยกระทำผิดในครั้งเดียวกัน แต่อัยการฟ้องจำเลยคนละข้อหา ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีไม่จำต้องไต่สวนต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาว่า คดีที่โจทก์ฟ้องนี้เป็นเรื่องที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีอาญาที่อ้างถึงเสร็จเด็ดขาดลงนั้น เป็นการกระทำของจำเลยอันเดียวกับที่โจทก์เสนอฟ้องกรณีนี้ จำเลยกระทำผิดครั้งเดียวและกรรมเดียว เมื่อศาลได้พิพากษา(ลงโทษ) เสร็จเด็ดขาดไปแล้ว จำเลยก็หาต้องถูกศาลพิพากษาซ้ำกันในกระกระทำอันเดียวนั้นอีกไม่ แม้ถึงว่าการกระทำนั้นหรือกรรมนั้นจะแบ่งแยกความผิดออกได้เป็นหลายฐานก็ตาม เพราะคำว่า "ในความผิด" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) มีความหมายถึงการกระทำอันหนึ่ง ๆ ในคราวเดียวกัน มิได้หมายถึงฐานความผิด โจทก์จะกลับรื้อฟื้นขอให้ศาลพิจารณาความผิดในกรรมเดียวกับที่พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลย และศาลพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วโดยอ้างว่าเป็นความผิดคนละฐานหรือเป็นความผิดอาญาแผ่นดินกับความผิดที่ยอมความกันได้นั้น ฟังไม่ขึ้น และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องกรณีนี้ก็เป็นอันระงับไปแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1656/2512 นางอุ่นเรือน สิงห์ทิพย์พันธ์ โจทก์ นางรัตนา หรือลักขณา ชำนาญในเมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุ่นเรือน สิงห์ทิพย์พันธ์ · จำเลย - นางรัตนา หรือลักขณา ชำนาญในเมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วิริยะ เกิดศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประพันธ์ ผลฉาย · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 361/2503ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 421/2524ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา