คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2524
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายโดยคำพิพากษาภายหลังการตายของเจ้ามรดก ไม่มีผลย้อนหลังให้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ตกทอดซึ่งมิใช่มรดก
ย่อคำพิพากษา
ในวันที่นาย ก. ถึงแก่ความตายโจทก์เป็นบุตรนอกสมรสยังมิได้มีฐานะเป็นทายาทของนาย ก. แม้ภายหลังจะมีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ก็ย่อมไม่มีผลย้อนหลัง โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับส่วนแบ่งในเงินสงเคราะห์ตกทอดจากการรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลยซึ่งมีข้อบังคับให้ตกทอดแก่ทายาทโดยอนุโลมตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1558 เป็นกรณีที่ให้สิทธิแก่บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยคำพิพากษาภายหลังการตายของเจ้ามรดก รับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นเรื่องของการรับมรดกโดยตรง เมื่อเงินสงเคราะห์ตกทอดไม่ใช่มรดกจะนำมาตรา 1558 มาบังคับแก่กรณีของโจทก์ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของนายกิตติ ประเสริฐศรี กับนางนวลเสงี่ยม โกสิยวัฒน์ ซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสกัน นายกิตติถึงแก่กรรมหลังจากนั้นศาลจังหวัดนนทบุรี ได้มีคำพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โจทก์ทั้งสองจึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตกทอดจากจำเลยร่วมกับจำเลยร่วม โจทก์ขอรับเงินจำนวนนี้แล้วแต่จำเลยปฏิเสธ
จำเลยให้การว่าข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟแห่งประเทศไทยกำหนดว่า "ผู้ที่ได้รับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนอยู่หรือผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เป็นรายเดือนตามข้อบังคับฉบับนี้ถึงแก่ความตาย ให้จ่ายเงินสงเคราะห์ตกทอดแก่ทายาทโดยอนุโลมตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการทุกประการ" นายกิตติเป็นผู้ที่ได้รับเงินสงเคราะห์ เมื่อตายทายาทจึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ตกทอดตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 มาตรา 44, 49 ทายาทที่มีอยู่คือหม่อมหลวงชุมนุมซึ่งเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ทั้งสองเดิมเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย แต่ภายหลังศาลมีคำสั่งรับรองว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย โจทก์ทั้งสองจึงไม่ใช่ทายาทตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มาตรา 44 และ 49 เพราะเงินสงเคราะห์ไม่ใช่มรดก ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่างพิจารณาหม่อมหลวงชุมนุมร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในวันที่นายกิตติถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นบุตรนอกสมรสยังมิได้มีฐานะเป็นทายาทของนายกิตติ แม้ภายหลังจะมีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ก็ย่อมไม่มีผลย้อนหลังโจทก์จึงไม่มีสิทธิรับส่วนแบ่งในเงินสงเคราะห์ตกทอดรายนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1558 เป็นกรณีที่ให้สิทธิแก่บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยคำพิพากษาภายหลังการตายของเจ้ามรดกรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นเรื่องของการรับมรดกโดยตรง เมื่อเงินสงเคราะห์ไม่ใช่มรดก จึงนำมาตรา 1558 มาบังคับไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2114/2524
นางสาวพูลศิริ ประเสริฐศรี กับพวก โจทก์
การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลย
จำเลยร่วม จำเลย
หม่อมหลวงชุมนุม ประเสริฐศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวพูลศิริ ประเสริฐศรี กับพวก · จำเลย - การรถไฟแห่งประเทศไทย · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - หม่อมหลวงชุมนุม ประเสริฐศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เริ่ม ธรรมดุษฎี · ปรีชา สุมาวงศ์ · อำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา