⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7454/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7454/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ปิดสถานประกอบธุรกิจเพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ ถือว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลาย

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ส่งหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ถึง 2 ครั้ง โดยส่งไปยังภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ครั้งแรกได้รับแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ย้ายที่อยู่ไม่ทราบที่อยู่ใหม่ และครั้งหลังมีการระบุเหตุขัดข้องว่าไม่มีเลขที่บ้านตามจ่าหน้า ทั้งในชั้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 ที่บ้านเลขที่ดังกล่าวปรากฏในรายงานของพนักงานเดินหมายว่ามีลักษณะเป็นบ้านร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัยเป็นเวลานานแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการปิดสถานประกอบธุรกิจเพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 8 (4) (ข) ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.8

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสามเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า ไม่ได้เป็นบุคคลมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เด็ดขาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร และพิพากษายกฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า กรณีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ได้ส่งหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ถึง 2 ครั้ง โดยส่งไปยังภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ครั้งแรกได้รับแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ย้ายที่อยู่ไม่ทราบที่อยู่ใหม่ และครั้งหลังมีการระบุเหตุขัดข้องว่าไม่มีเลขที่บ้านตามจ่าหน้า ทั้งโจทก์ได้สืบหาทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ตามภูมิลำเนาดังกล่าวแล้วไม่ปรากฏทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ในชั้นส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 ที่บ้านเลขที่ดังกล่าวปรากฏในรายงานของพนักงานเดินหมายว่ามีลักษณะเป็นบ้านร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัยเป็นเวลานานแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการปิดสถานประกอบธุรกิจเพื่อประวิงการชำระหนี้หรือมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ กรณีต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8 (4) (ข) ว่าจำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยที่ 1 มีหน้าที่นำพยานมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาไม่นำพยานมาสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น กรณีจึงไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานได้ และกรณีไม่ปรากฏเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย ที่ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 14 ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร นอกจากนี้แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7454/2548 บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทโมโนลิธิค คอนสตรัคชั่น จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทโมโนลิธิค คอนสตรัคชั่น จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ วายุภาพ · สมชาย พงษธา · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นายอรรถวุฒิ สุวรรณมงคล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 5884/2559ฎีกา 3219/2534ฎีกา 4339/2534ฎีกา 534/2504ฎีกา 1245/2553ฎีกา 1239/2514ฎีกา 1503/2539ฎีกา 3778/2542ฎีกา 3733/2531ฎีกา 3556/2533ฎีกา 5035/2541ฎีกา 7248/2540ฎีกา 2203/2531ฎีกา 1063/2533ฎีกา 849/2534ฎีกา 780/2542ฎีกา 606-607/2525ฎีกา 1343/2505ฎีกา 7539/2548ฎีกา 974/2519ฎีกา 2565/2533ฎีกา 1711/2525ฎีกา 7093/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา