คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งเพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวโดยศาลได้สอบข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้ว ถือว่าเป็นการไต่สวนคำร้องแล้ว
คำว่า "คดีมีมูล" ในการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีล้มละลาย หมายถึง มีมูลที่จะพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายได้ ไม่ใช่เพียงมีมูลเป็นหนี้สินกันอยู่จริง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้อง และในวันนัดได้สอบข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้วเห็นว่าวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวนต่อไป วินิจฉัยให้ยกคำร้องของจำเลยเสียนั้น ถือได้ว่าเป็นการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ว
ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ศาลจะพิพากษาให้จำเลยล้มละลายจะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 หรือ 10 คำว่าคดีมีมูล ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 17 ซึ่งเป็นบทว่าด้วยการคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาเพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของลูกหนี้ในระหว่างนั้นจึงมีความหมายว่ามีมูลที่จะพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายได้หาได้หมายความเพียงมีมูลเป็นหนี้สินกันอยู่จริงแต่อย่างเดียวไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราวจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำสั่งนั้น โดยอ้างว่าเช็ค ๓ ฉบับที่โจทก์นำมาเป็นมูลฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้มีการหักกลบลบหนี้กันแล้วแต่โจทก์กับน้องสาวไม่คืนเช็คพิพาท จำเลยมิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเช็คพิพาทขาดอายุความแล้ว เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้งจำเลย
วันนัดพิจารณาคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบคู่ความแล้วเห็นว่าวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนต่อไป แล้ววินิจฉัยว่า ศาลได้ไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงได้สั่งให้ ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นดังที่โจทก์หรือจำเลยกล่าวอ้าง เป็นเรื่องจะต้องพิจารณาในชั้นพิจารณาชั้นนี้พิจารณาคำแถลงของจำเลยเกี่ยวกับกรณีที่จำเลยถูกฟ้องร้องแล้ว เห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งศาล จึงให้ยกคำร้องของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้องของจำเลยและในวันนัดได้สอบข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้วเห็นว่าวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวนต่อไป วินิจฉัยให้ยกคำร้องของจำเลยเสียนั้น ถือได้ว่าเป็นการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ ศาลจะพิพากษาให้จำเลยล้มละลายจะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ คำว่าคดีมีมูลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๗ ซึ่งเป็นบทว่าด้วยการคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาเพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของลูกหนี้ในระหว่างนั้น จึงมีความหมายว่ามีมูลที่จะพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายได้ หาได้หมายความเพียงมีมูลเป็นหนี้สินกันอยู่จริงแต่อย่างใดไม่ เมื่อตามทางไต่สวนในเรื่องมูลหนี้อันเป็นส่วนหนึ่งของมูลคดี ยังโต้แย้งกัน และซึ่งเป็นข้อเท็จจริงจะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาต่อไป และได้ความจากที่จำเลยแถลงรับว่าจำเลยถูกฟ้องเป็นคดีอาญาอันมีมูลเนื่องจากการเงินอยู่หลายคดี บริษัทที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการก็ถูกฟ้องล้มละลาย ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดคดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนต่อไป และมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2517
นางมาลี ไชยสงวนธรรม โจทก์
นายลิมวิง หรือวิงบัก แซ่ลิ้ม หรือบัวไล โสภา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมาลี ไชยสงวนธรรม · จำเลย - นายลิมวิง หรือวิงบัก แซ่ลิ้ม หรือบัวไล โสภา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม จาละ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายภิญโญ ธีรนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา