คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีครั้งแรกเนื่องจากเหตุเจ็บป่วยของทนายความ ถือเป็นเหตุอันสมควร แม้ทนายความอีกคนหนึ่งไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้อง แต่หากเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ไม่สามารถมาศาลได้ ศาลควรอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ เว้นแต่จะมีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นการประวิงคดี
ย่อคำพิพากษา
โจทก์แต่งทนาย 2 คน ในวันนัดสืบพยานครั้งแรกตัวโจทก์และทนายไม่มาศาลทนายโจทก์คนหนึ่งมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเพราะเหตุเจ็บป่วยแม้ทนายโจทก์อีกคนหนึ่งมิได้แจ้งเหตุขัดข้องแต่อย่างใด ก็เป็นเพียงความบกพร่องในการเขียนคำร้องขอเลื่อนคดีของโจทก์ซึ่งทนายโจทก์ที่ขอเลื่อนน่าจะได้แจ้ง ให้ทนายโจทก์อีกคนหนึ่งทราบเพื่อจะได้ดำเนินคดีแทนตนได้ เมื่อเป็นการเลื่อนคดีครั้งแรก จะถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบยังไม่ถนัด ทั้งโจทก์เป็นฝ่ายฟ้องคดี ไม่มีเหตุผลที่จะฟังได้ว่าโจทก์ประวิงคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกคนได้ทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๙๒๔ ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมือง (เชียงราก) จังหวัดปทุมธานี ให้แก่โจทก์ในราคา ๒๙๙,๖๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำไว้ ๕๐,๐๐๐ บาท นัดไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานีในวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๒๑ หากผิดนัดยอมใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ถึงวันนัดจำเลยทั้งหกคนไม่ไปทำการโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญา โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งหกคนไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๑ แต่จำเลยทั้งหกคนเพิกเฉย จึงขอให้จำเลยทั้งหกคนร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงพิพาทแก่โจทก์ หากไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และหากไม่อาจโอนกรรมสิทธิ์ได้ ก็ให้จำเลยทั้งหกคืนเงินมัดจำและใช้ค่าเสียหายรวม ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๓ ศาลอนุญาต
จำเลยที่ ๑, ๒, ๔, ๕ และที่ ๖ ให้การร่วมกันว่า ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์จริง แต่โจทก์เป็นผู้ผิดนัดเพราะไม่ไปชำระเงินและรับโอนตามสัญญา ฝ่ายจำเลยจึงริบมัดจำ ๕๐,๐๐๐ บาทตามสัญญา และว่าโจทก์ไม่เสียหาย หากเสียหายไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานแล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์หรือจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา และโจทก์เสียหายหรือไม่ จำนวนเท่าใด โดยโจทก์มีหน้าที่นำสืบและนัดสืบพยานโจทก์วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๒ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยมาศาล นายศิริชัย โจทก์ นายวสันต์ และนายชัยรัตน์ทนายโจทก์ไม่มาศาล โดยนายวสันต์มอบฉันทะให้นางสาวสุรีย์เสมียนทนายนำคำร้องขอเลื่อนคดีมายื่นต่อศาลอ้างว่าป่วยด้วยโรคท้องร่วงอย่างแรงไม่สามารถว่าความได้ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี มีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยที่ ๑, ๒, ๔, ๕ และที่ ๖ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จริงอยู่แล้วโจทก์จะมีทนายดำเนินคดีว่าต่างโจทก์ถึง ๒ คน ก็ปรากฏว่านายวสันต์ทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีเพราะเหตุเจ็บป่วยทั้งเป็นการเลื่อนคดีครั้งแรก แม้นายชัยรัตน์ทนายโจทก์อีกคนหนึ่งจะมิได้แจ้งเหตุขัดข้องแต่อย่างใด ก็เป็นเพียงความบกพร่องในการเขียนคำร้องขอเลื่อนคดีของโจทก์ซึ่งนายวสันต์น่าจะได้แจ้งให้นายชัยรัตน์ทราบ เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีแทนตนได้ลำพังเพียงเท่านี้จะถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบจึงยังไม่ถนัด ทั้งโจทก์เป็นฝ่ายฟ้องคดีไม่มีเหตุที่จะฟังได้ว่า โจทก์ประวิงคดีดังข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2523
นายศิริชัย ฮ้อแสงชัย โจทก์
นายจา เข็มทอง กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศิริชัย ฮ้อแสงชัย · ล. - นายจา เข็มทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน · สุวรรณพ กองวารี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายทวิช อนันตรสุชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ทองสว่างรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา