คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หนังสือสัญญาค้ำประกันที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จะไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ แม้โจทก์จะเป็นหน่วยงานของรัฐก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
แม้โจทก์จะเป็นกรมในรัฐบาล ก็ไม่มีกฎหมายให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญาค้ำประกัน หนังสือสัญญาค้ำประกันที่โจทก์อ้างไม่ได้ติดอากรแสตมป์ใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 โจทก์จึงบังคับจำเลยให้ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันดังกล่าวไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายสมศักดิ์ ศักดิ์วีระประเสริฐ ได้เบียดบังยักยอกเงินค่าปุ๋ยและค่าพันธุ์ข้าวหลักซึ่งโจทก์ส่งมาให้จำหน่ายแก่กสิกรชาวนา คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๒๑,๔๘๑.๕๐ บาท นายสมศักดิ์ได้ทำบันทึกรับสภาพหนี้ยินยอมชดใช้เงินทั้งหมด โดยขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน ๆ ละ ๓๐๐ บาท ในการนี้จำเลยได้เข้ามาผูกพันทำสัญญาค้ำประกันหนี้ของนายสมศักดิ์ในวงเงิน ๑๙,๑๓๑.๕๐ บาท ต่อมานายสมศักดิ์ได้ผ่อนชำระให้แก่โจทก์จนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๕ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๙๕๔.๕๐ บาท แล้วไม่ชำระให้โจทก์อีก ขอให้บังคับจำเลยใช้เงิน ๑๔,๑๗๗ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๕ ถึงวันฟ้อง เป็นเวลา ๙ ปี ๑๑ เดือน เป็นดอกเบี้ย ๑๐,๕๔๔ บาท ๑๔ สตางค์ รวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน ๒๔,๗๒๑.๑๔ บาท ฯลฯ
จำเลยให้การว่าจำเลยไม่เคยเข้าทำสัญญาค้ำประกันทั้งสองฉบับ สัญญาทั้งสองฉบับปลอมไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันรับผิดชำระเงิน ๘,๖๔๐.๕๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์
โจทก์และจำเลยฎีกา
ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๓ จ.๔ จริง เฉพาะหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๔ นั้น ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรแม้โจทก์จะเป็นกรมในรัฐบาล ก็ไม่มีกฎหมายให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ในเอกสารนั้น เอกสารหมาย จ.๔ จึงใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ จึงบังคับจำเลยให้ต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๔ ไม่ได้ จำเลยคงต้องรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๓ ที่ปิดอากรแสตมป์ถูกต้องใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อได้หักหนี้จำนวน ๔,๐๘๔ บาทที่ทางราชการได้หักเงินเดือนของนายสมศักดิ์ใช้ไปออกแล้ว จำเลยต้องรับผิดเพียง ๘,๖๔๐.๕๐ บาท
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2518
กรมการข้าว โดยนายภักดี ลุศนันทน์ อธิบดีกรมการข้าว โจทก์
นายหว่าง มณีเนตร ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมการข้าว โดยนายภักดี ลุศนันทน์ อธิบดีกรมการข้าว · ล. - นายหว่าง มณีเนตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุ่ม สุนทรชัย · พิชัย รชตะนันทน์ · อุดม ทันด่วน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายธีระจิต ไชยาคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา