⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2423/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคู่ความฝ่ายหนึ่งนำสำเนาเอกสารมาสืบเป็นพยานหลักฐาน และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมิได้คัดค้านหรือโต้แย้ง ศาลย่อมรับฟังสำเนาเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย และสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงที่มิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ส่งภาพถ่ายสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงเป็นพยานต่อศาล จำเลยไม่ได้คัดค้านหรือโต้แย้งว่าโจทก์มิได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจช่วงแต่อย่างใด การที่ศาลชั้นต้นรับฟังสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าว จึงเท่ากับศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 93 (2) สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ เมื่อปรากฏว่าเป็นการรับฟังสำเนาเอกสารเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับเอกสาร จึงไม่ใช่การรับฟังต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐาน ทั้งสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวก็มิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร จึงไม่อยู่ในบังคับให้ต้องปิดอากรแสตมป์ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ไม่ต้องห้ามตาม ป.รัษฎากร แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินบางส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 407 ตำบลหนองอ้อ และเลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้างโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไร่ละ 500 บาทต่อเดือน นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ส่วนที่ทับที่ดินของจำเลยกับพวก ให้โจทก์ไปดำเนินการยกเลิกต่อเจ้าพนักงาน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโจทก์ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายสัมภาระและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทในกรอบเส้นสีน้ำตาลและสีส้มตามแผนที่วิวาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 407 ตำบลหนองอ้อ และเลขที่ 319 ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาท ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนางหยุงฟ้า นางสาวปรียาภรณ์ นางสาวอมนพรรณ นางสาวสุวภัทร และนายศักดิ์ชัย ทายาทเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกามีคำสั่งเรียกนางสาวปรียาภรณ์ นางสาวอมนพรรณ นางสาวสุวภัทร และนายศักดิ์ชัย เป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ต้องวินิจฉัยว่า หนังสือมอบอำนาจช่วงที่มุขนายกมนัสผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์มอบอำนาจช่วงให้นายมนัสหรือนายอำพลหรือนายไพรัชฟ้องจำเลยจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายได้หรือไม่ จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจช่วง ผู้รับมอบอำนาจช่วง 3 คน ต่างคนต่างกระทำกิจการแยกกันโจทก์จึงต้องปิดอากรแสตมป์ตามรายตัวบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจช่วงคนละ 30 บาท แต่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจช่วงเพียง 30 บาท จึงไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด รับฟังเป็นพยานหลักฐานว่ามีการมอบอำนาจช่วงให้ฟ้องคดีนี้ไม่ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์นำสืบส่งภาพถ่ายสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงเป็นพยานต่อศาล จำเลยไม่ได้คัดค้านหรือนำสืบโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจช่วงและนำสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงมามาสืบแต่อย่างใด การที่ศาลชั้นต้นรับฟังสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าว จึงเท่ากับศาลชั้นต้นอนุญาตให้นำสำเนาเอกสารนั้นมาสืบได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93 (2) สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงสามารถรับฟังเป็นพยานเอกสารได้ เมื่อปรากฏว่าเป็นการรับฟังสำเนาเอกสารเป็นพยานหลักฐานแทนต้นฉบับเอกสาร จึงหาใช่เป็นการรับฟังต้นฉบับเอกสารเป็นพยานหลักฐานอันจะต้องปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรดังที่จำเลยอ้างไม่ และสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงดังกล่าวก็มิใช่คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ด้วยเช่นกัน สำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วงจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2550 มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร โจทก์ นายซักหลิน โชติพนิชเศรษฐ์ โดยนางสาวปรียาภรณ์ โชติพนิชเศรษฐ์ นางสาวอมนพรรณ โชติพนิชเศรษฐ์ นางสาวสุวภัทร โชติพนิชเศรษฐ์ และนายศักดิ์ชัย โชติพนิชเศรษฐ์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มิสซังโรมันคาทอลิก กรุงเทพมหานคร · จำเลย - นายซักหลิน โชติพนิชเศรษฐ์โดยนางสาวปรียาภรณ์ โชติพนิชเศรษฐ์นางสาวอมนพรรณ โชติพนิชเศรษฐ์นางสาวสุวภัทร โชติพนิชเศรษฐ์และนายศักดิ์ชัย โชติพนิชเศรษฐ์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 2721/2548ฎีกา 2732/2534ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 484/2486ฎีกา 199/2535ฎีกา 923/2523ฎีกา 2987/2517ฎีกา 2744/2517ฎีกา 5162/2553ฎีกา 2077/2545ฎีกา 2635/2527ฎีกา 6565/2544ฎีกา 131/2535ฎีกา 2386/2541ฎีกา 7012/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ