⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1940/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ในขณะทำสัญญาไม่จำเป็น หากได้ปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ครบถ้วนแล้วก่อนฟ้องคดี ศาลสามารถรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้

ย่อคำพิพากษา

ป.รัษฎากร มาตรา 118 หาได้บังคับให้ปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ในขณะทำสัญญาไม่ เมื่อสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนและขีดฆ่าแล้ว ในขณะฟ้องคดีจะโดยผู้อ้างเป็นผู้กระทำเองหรือผู้อ้างขอให้ศาลสั่งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรจัดการให้ก็มีผลเช่นเดียวกัน ศาลจึงรับฟังสัญญาดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 105,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระก็ขอให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระแทน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน105,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน60,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ หากไม่ชำระก็ให้จำเลยที่ 2 ชำระแทน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่าจำเลยที่ 1 ได้กู้ยืมเงินไปจากโจทก์หรือไม่เพียงใดและจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่... ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินไปจากโจทก์จำนวน 60,000 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกัน ครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ชำระคืนให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2ในฐานะผู้ค้ำประกันก็ไม่ชดใช้ให้แทน จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้เงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้อง ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่อาจอ้างสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐาน เพราะอากรแสตมป์ที่ติดในเอกสารดังกล่าวได้ติดก่อนฟ้องคดีนี้ โดยทนายความเป็นคนติดและขีดฆ่าเอง นั้น เห็นว่าประมวลรัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว ฯลฯ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวหาได้บังคับให้ปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ในขณะทำสัญญาไม่ดังนี้แม้มิได้ปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์แต่แรกในขณะทำสัญญา แต่เมื่อได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนและขีดฆ่าแล้วในขณะฟ้องคดีนี้จะโดยผู้อ้างเป็นผู้กระทำเองหรือผู้อ้างขอให้ศาลสั่งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรจัดการให้ก็มีผลเช่นเดียวกัน ศาลจึงรับฟังสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1940/2535 นาง มา ลีพรรณ พาน ประเสริฐ โจทก์ นาย พะเนียง ด้วงปลี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง มา ลีพรรณ พาน ประเสริฐ · จำเลย - นาย พะเนียง ด้วงปลี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ · ตัน เวทไว · ชวลิต พรายภู่
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1090/2530ฎีกา 6962/2551ฎีกา 2675/2548ฎีกา 45/2495ฎีกา 6938/2539ฎีกา 8810/2543ฎีกา 3582/2534ฎีกา 2216/2553ฎีกา 3754/2538ฎีกา 2721/2548ฎีกา 749/2513ฎีกา 282/2524ฎีกา 152/2525ฎีกา 2423/2550ฎีกา 2466/2559ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 10229/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2049/2528ฎีกา 2156/2535ฎีกา 991/2548ฎีกา 3821/2538ฎีกา 1612/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ