คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เงินราชการที่เบิกมาเพื่อจ่ายแก่ผู้ใด แต่ยังไม่จ่ายนั้น ไม่ถือว่าเป็นเงินของผู้ที่จะได้รับเงิน และเจ้าพนักงานผู้ใดยักยอกเงินนั้น มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการ
* การวินิจฉัยว่าจำเลยปลอมเอกสารโดยอาศัยการเทียบเคียงลายมือกับเอกสารอื่น โดยไม่มีพยานมาแสดงให้ชัดว่าจำเลยปลอมนั้น ไม่ชอบด้วยการวินิจฉัยหลักฐานคำพยาน
ย่อคำพิพากษา
เงินราชการที่เบิกมาเพื่อจ่ายแก่ผู้ใด แต่ยังไม่จ่ายนั้น ไม่ถือว่าเป็นเงินของผู้ที่จะได้รับเงิน ดั่งนั้น เจ้าพนักงานผู้ใดยักยอกเงินนั้น จึงมีผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการ ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว
การฟังว่าจำเลยปลอมเอกสารโดยไม่มีพยานมาแสดงให้ชัดว่าจำเลยปลอม เพียงแต่ศาลนำเอกสารที่กล่าวหามาเทียบเคียงกับเอกสารฉบับอื่นแล้วลงความเห็นว่าเหมือนกับลายมือของจำเลยนั้น ไม่ชอบด้วยการวินิจฉัยหลักฐานคำพยาน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการเป็นกสิกรรมอำเภอ ได้รับแต่งตั้งจากนายอำเภอให้เป็นเจ้าหน้าที่มารับเงินค่าเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ สำหรับจ่ายแก่พนักงานสำรวจสำมะโนเกษตรจากคณะกรมการจังหวัดมาส่งต่อนายอำเภอ จำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอกเงินนั้นเป็นอาณาประโยชน์ของตนเสีย และจำเลยสมคบกับบุคคลอื่นปลอมหลักฐานการที่จ่ายเงินให้แก่พนักงานสำรวจฯเพื่อใช้เป็นหนังสือราชการอันแท้จริง แล้วจำเลยใช้หนังสือปลอมนั้น
จำเลยปฎิเสธ
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกระทำผิด พิพากษาลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกและฐานปลอมหนังสือ ฯลฯ ให้จำคุก ๕ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ข้อหาฐานปลอมหนังสือและใช้หนังสือปลอมนั้น พยานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยจึงให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกฐานเดียว ให้จำคุก ๓ ปี
โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือด้วย จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า
(๑) เงินจำนวนที่จำเลยยักยอกไว้ยังไม่ได้จ่ายแก่พนักงานสำรวจนั้น เป็นเงินของทางราชการเพื่อจ่ายแก่พนักงานสำรวจ ฯ ไม่ใช่พนักงานสำรวจฯ เป็นผู้เบิกเอง เมื่อยังไม่ได้จ่าย ก็จะถือว่าเป็นเงินของพนักงานสำรวจแล้วอันเป็นความผิดต่อส่วนตัว กระทรวงเกษตรฯไม่ใช่ผู้เสียนั้น หาได้ไม่ จำเลยต้องมีผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินของทางราชการ
(๒) ส่วนข้อหาฐานปลอมหนังสือนั้น โจทก์ไม่มีพยานแสดงให้ได้ความชัดว่าจำเลยได้ทำปลอมเอกสารขึ้น ที่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยปลอมเอกสารก็โดยนำมาเทียบเคียงกับเอกสารฉบับอื่นซึ่งเป็นเอกสารแท้จริง แล้วลงความเห็นว่าเหมือนกับลายมือของจำเลยที่บันทึกไว้ในเอกสารอีกฉบับหนึ่ง หาชอบด้วยการวินิจฉัยหลักฐานคำพยานไม่
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ แต่บทลงโทษให้วางมาตรา ๑๔๓ แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2500
อัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์
นายสิงขร ถาวรประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายสิงขร ถาวรประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายพิทัณห์ ลีตเวทย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัยนิตินาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา