⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 763-764/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763-764/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาจำนองทำขึ้นโดยหลอกลวงและไม่มีการชำระหนี้จริง ถือเป็นการปฏิเสธมูลหนี้ จำเลยจึงมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความจริงตามข้อต่อสู้ของตน * ผู้รับจำนองมีสิทธิ์ฟ้องบังคับจำนองได้โดยชอบธรรม หากการใช้สิทธิ์นั้นไม่ได้กระทำโดยไม่สุจริตหรือประมาทเลินเล่อจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้จำนองโดยมิชอบ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอบังคับจำนอง จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาจำนองทำกันหลอก ๆ ไม่มีการชำระเงินกันจริง เท่ากับปฏิเสธว่าไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ชอบที่จำเลยจะนำสืบให้ได้ความจริงตามข้อต่อสู้ของตน ไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องสอบถามโจทก์เกี่ยวกับรายละเอียดที่โจทก์อ้างว่าได้จ่ายเงินให้ไปล่วงหน้าครบถ้วนแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่คู่ความมีสิทธิ์ที่จะนำสืบกันต่อไป การนำคดีมาฟ้องศาลขอให้บังคับผู้จำนองใช้หนี้ตามสัญญาจำนอง เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของผู้รับจำนองที่จะกระทำได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้รับจำนองใช้สิทธิ์นี้โดยไม่สุจริตหรือโดยประมาทเลินเล่อ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้จำนองโดยมิชอบแต่อย่างใด ผู้รับจำนองก็ไม่ต้องรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.423 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.728

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์สำนวนแรกฟ้องว่า นางจันทร ไชยชาญ ในฐานะผู้อนุบาลนางเรือนแก้ว สุขเนณย์ ได้จำนองที่ดินไว้กับโจทก์เป็นเงิน ๑๑๒,๘๐๐ บาท ได้ทวงถามและบอกกล่าวแล้วก็ไม่ชำระ ขอให้บังคับ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดว่า การจำนองทำกันหลอก ๆ เพื่อลวงคนภายนอก เป็นโมฆะ และนางจันทร ไชยชาญ โดยส่วนตัวและในฐานะผู้อนุบาลจำเลยสำนวนแรกฟ้องว่า ได้จ่ายเงินให้นายชลอโจทก์ในสำนวนแรกกับพวกซึ่งร่วมกันเป็นหุ้นส่วนรับเหมาก่อสร้างโรงงานวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท และนายชลอได้ใช้อุบายชักชวนให้เอาที่ดินนางเรือนแก้วไปจำนองเอาเงินไปใช้จ่ายในการก่อสร้าง และต่อมาเมื่อการก่อสร้างไม่สำเร็จนางจันทรได้ไปวิ่งเต้นขอต่อสัญญา แต่ไม่สำเร็จ จึงเข้าประมูลงานก่อสร้างที่ค้างต่อ และเสียค่าใช้จ่ายเกินกว่าราคาที่ประมูลได้ จึงฟ้องขอให้นายชลอรับผิดรวมทั้งค่าเสียหายในการที่ถูกนายชลอฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๒๔,๐๐๐ บาท นายชลอให้การปฏิเสธความรับผิด และว่าไม่ได้เป็นหุ้นส่วนในการรับเหมาก่อสร้าง นางจันทรกระทำการต่าง ๆ ด้วยความสมัครใจ นายชลอไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นางจันทร ไชยชาญ ไม่ได้รับเงินตามสัญญาจำนอง นายชลอ จันทร์สุวรรณ ฟ้องบังคับจำนองไม่ได้ ส่วนที่นางจันทร ไชยชาญ ฟ้องนายชลอ จันทร์สุวรรณ เห็นว่า นายชลอไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้องของโจทก์ทั้ง ๒ คดี นายชลอ จันทร์สุวรรณ และนางจันทร ไชยชาญ ต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้นางจันทร ไชยชาญ ในฐานะผู้อนุบาลนางเรือนแก้วไถ่ถอนจำนองในต้นเงิน ๕๘,๘๐๐ บาท นายชลอ จันทร์สุวรรณ ฎีกาขอให้ไถ่ถอนจำนองในต้นเงิน ๑๑๒,๔๐๐ บาท ตามฟ้อง นางเรือนแก้ว สุขเนณย์ ฎีกาขอให้ยกฟ้องนายชลอที่ขอบังคับจำนอง และนางจันทร ไชยชาญ ฎีกาขอให้พิพากษาให้นายชลอใช้เงินตามฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของนายชลอระบุชัดว่าจำเลยโดยนางจันทร ไชยชาญ ผู้อนุบาล ได้จำนองที่ดินไว้และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว เมื่อนางจันทรต่อสู้ว่าสัญญาจำนองทำกันหลอก ๆ ไม่มีการชำระเงินกันจริง ๆ สัญญาจำนองเป็นโมฆะ ซึ่งเท่ากับปฏิเสธว่าไม่มีมูลหนี้จำนองต่อกัน ก็ชอบที่นางจันทรจะนำสืบให้ได้ความจริงตามข้อต่อสู้ของตน ไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องสอบถามนายชลอก่อนสืบพยานว่าหนี้สินที่มีอยู่ก่อนการจำนองที่นายชลออ้างว่าได้จ่ายให้ไปล่วงหน้าครบถ้วนแล้วนั้น เป็นหนี้ประการใด เมื่อไร เท่าใด กี่ราย มีเอกสารหรือหลักฐานอย่างใดหรือไม่ และได้มีการรับสภาพหนี้หรือมีการทำสัญญาค้ำประกันภายหลังอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่คุ่ความมีสิทธิ์ที่จะนำสืบกันต่อไป การที่นายชลอนำสืบในเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องนอกประเด็น และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่านางจันทรได้รับเงินจากนายชลอ ๕๘,๘๐๐ บาท ซึ่งนายชลอมีสิทธิ์ขอให้บังคับจำนองได้ และฟังข้อเท็จจริงต่อไปว่านายชลอเป็นหุ้นส่วนกับนายเด่น นายจำนอง ส่วนที่นางจันทรขอให้นายชลอชดใช้เงินให้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า นายจันทรออกเงินไปด้วยความสมัครใจของนางจันทรเพื่อไม่ให้เกิดผลร้ายแก่ตนในฐานะผู้ค้ำประกัน นายชลอไม่ต้องรับผิด และที่นางจันทรเรียกร้องให้นายชลอชดใช้เงินจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาทฐานฟ้องบังคับจำนองทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าการที่นายชลอนำคดีมาฟ้องศาลขอบังคับให้นางจันทรใช้หนี้ตามสัญญาจำนอง เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะกระทำได้ ไม่ปรากฏว่านายชลอใช้สิทธิ์หนี้โดยไม่สุจริตหรือโดนประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่นางจันทรโดยมิชอบแต่อย่างใด นายชลอจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763 - 764/2510 นายชลอ จันทร์สุวรรณ โจทก์ นางเรือนแก้ว สุขเนณย์ โดยนางจันทร ไชยชาญ ผู้อนุบาล ล. นางจันทร ไชยชาญ โดยส่วนตัวและผู้อนุบาลนางเรือนแก้ว สุขเณทย์ โจทก์ นายชลอ จันทร์สุวรรณ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชลอ จันทร์สุวรรณ · ล. - นางเรือนแก้ว สุขเนณย์ โดยนางจันทร ไชยชาญ ผู้อนุบาล · โจทก์ - นางจันทร ไชยชาญ โดยส่วนตัวและผู้อนุบาลนางเรือนแก้ว สุขเณทย์ · ล. - นายชลอ จันทร์สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายวิเชียร พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2135/2518ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 307/2513ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 848/2534ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา