คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หากเบียดบังเอาเงินค่าธรรมเนียมไปเสีย ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นปลัดอำเภอทำหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนส่งเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาสั่งอนุญาตแล้วจึงเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ร้องขออนุญาตนั้น. หากรับคำขอจดทะเบียนและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมไว้แล้วเบียดบังเงินค่าธรรมเนียมทั้งหมดเสีย และทำให้คำขอจดทะเบียนสูญหายไปบ้างบางส่วนนั้น จำเลยย่อมมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หาผิดตามมาตรา 151,154,157,158,352 ด้วยไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 15 กันยายน 2501 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2501 จำเลยซึ่งเป็นปลัดอำเภอมีหน้าที่รับคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนซึ่งทางราชการอนุญาตให้ผู้มีอาวุธปืนไม่จดทะเบียนเพื่อส่งเจ้าหน้าที่พิจารณาสั่งอนุญาตให้จดทะเบียนแล้วจึงเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ร้องขออนุญาตได้ จำเลยได้รับคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนจากผู้มีชื่อไว้ 347 ราย แล้วไม่นำส่งเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่สั่งคำขอตามระเบียบ และจำเลยได้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมในการขอจดทะเบียนสูญหายไป ทำให้เกิดเสียหายแก่ผู้ร้องขอ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 154, 157, 158, 352 ขอให้คืนหรือใช้เงินแก่เจ้าทรัพย์ด้วย
จำเลยให้การภาคเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยแสดงตนว่ามีหน้าที่เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากราษฎร ผู้มาขอจดทะเบียนอาวุธปืนโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้วยักยอกเงินและทำให้คำร้องขอจดทะเบียนสูญหายไป 218 รายพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 154, 157, 158, 352 รวมกระทงลงโทษจำคุก 4 ปี ให้จำเลยคืนและใช้เงิน33,325 บาท แก่เจ้าทรัพย์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานโจทก์ขัดแย้งกันอยู่ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดดังโจทก์ฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
อัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ
ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความรับฟังเชื่อเป็นความจริงได้โดยปราศจากข้อสงสัย เพราะนอกจากเงินค่าธรรมเนียมที่จำเลยกับนายสมบุญร่วมกันรับไว้จากราษฎรผู้ขอจดทะเบียนอาวุธปืนจำนวน 347ราย จะขาดหายไปแล้ว คำขอก็สูญหายไปถึง 218 รายอีกด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นชอบด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นแต่ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151, 154, 157, 158 และมาตรา 352 แล้ว รวมกระทงลงโทษจำคุกจำเลยมานั้นยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นว่าความผิดของจำเลยต้องด้วยมาตรา 147 เพียงมาตราเดียว
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 คงให้จำคุกจำเลยตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184/2505
อัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์
นายผิว คงด้วง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายผิว คงด้วง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา