⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5973/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5973/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดอาญา แล้วขู่เข็ญเรียกเงินแล้วละเว้นการจับกุมผู้กระทำผิด ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 หากมีผู้ร่วมกระทำผิดด้วย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดอาญา เมื่อได้พบและกล่าวหาว่าโจทก์ร่วมและนายสุเธียรมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันมิใช่การแกล้งกล่าวหา การที่จำเลยที่ 1 ไม่จับกุมแต่กลับขู่เข็ญเรียกเงินแล้วละเว้นไม่จับกุมโจทก์ร่วมและนายสุเธียร จึงไม่ใช่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 อันเป็นบทเฉพาะมาด้วย ก็ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบททั่วไปและเป็นบทที่โจทก์ฟ้องมาได้ สำหรับจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าพนักงานแต่ร่วมกระทำผิดฐานนี้ด้วย จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 86

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.149 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86, 91, 145, 148, 157, 337, 33 กับริบกล้องถ่ายรูปและรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน 7 ร - 8149 กรุงเทพมหานคร และให้คืนเงิน 4,000 บาท แก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา นายแสวง ปัญโญใหญ่ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 337 วรรคแรก ลงโทษตามมาตรา 148 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 148, 157ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 145 วรรคแรก, 337 วรรคแรก ลงโทษตามมาตรา 148 ประกอบมาตรา 86 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ริบกล้องถ่ายรูปของกลางคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ขู่เข็ญ เรียกร้องเงินจากโจทก์ร่วมและนายสุเธียรเพื่อที่จะไม่จับกุมบุคคลทั้งสองในข้อหามีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จนโจทก์ร่วมและนายสุเธียรยอมให้เงินดังกล่าว ทั้งนี้โดยจำเลยที่ 2 ได้แสดงตนด้วยว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดและพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ประกอบมาตรา 86 นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดอาญา เมื่อได้พบและกล่าวหาว่า โจทก์ร่วมและนายสุเธียรมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันมิใช่การแกล้งกล่าวหา การที่จำเลยที่ 1 ไม่จับกุมแต่กลับขู่เข็ญเรียกเงินแล้วละเว้นไม่จับกุมโจทก์ร่วมและนายสุเธียรจึงไม่ใช่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 แต่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 อันเป็นบทเฉพาะมาด้วย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องโดยลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นบททั่วไปและเป็นบทที่โจทก์ฟ้องมาได้ สำหรับจำเลยที่ 2 มิใช่เจ้าพนักงานแต่ร่วมกระทำผิดฐานนี้ด้วย จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 337 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก6 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86, 337 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83, 145 วรรคแรก ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 อันเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5973/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด ลำพูน โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย แสวง ปัญโญ ใหญ่ โจทก์ จ่าสิบตำรวจ นิรันดร์ สินธุ มัด ที่ 1 จำเลย นาย สุวรรณ์ มโน รส ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ลำพูน · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย แสวง ปัญโญ ใหญ่ · จำเลย - จ่าสิบตำรวจ นิรันดร์ สินธุ มัด ที่ 1 · จำเลย - นาย สุวรรณ์ มโน รส ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากร อัชกุล · สนัด หมายสวัสดิ์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5182/2559ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 605/2511ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 51/2502ฎีกา 967/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา