คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนคดีของโจทก์เนื่องจากทนายป่วยและพยานไม่มาศาล โดยจำเลยไม่คัดค้าน และเป็นการขอเลื่อนครั้งแรก ถือว่ามีเหตุจำเป็นอันสมควรให้เลื่อนคดีได้ เว้นแต่จะปรากฏว่าโจทก์จงใจประวิงคดี
ย่อคำพิพากษา
วันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกซึ่งโจทก์เป็นฝ่ายสืบก่อน ทนายจำเลยไปศาล ส่วนโจทก์ ตัวโจทก์ ทนายโจทก์ และพยานไม่มีไปศาล ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนของทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อน อ้างว่าทนายป่วย ตามหนังสือรับรองของแพทย์ ไม่สามารถมาว่าความได้ ทนายจำเลยแถลงไม่ค้าน และว่าสุดแต่ศาลจะพิจารณา ดังนี้ การที่ทนายโจทก์ขอเลื่อนคดีก็โดยที่ทนายโจทก์ป่วยไม่สามารถมาว่าความได้ ซึ่งการป่วยย่อมเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่งที่ไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ และเป็นการขอเลื่อนครั้งแรก ทนายจำเลยก็ไม่คัดค้าน การที่โจทก์และพยานโจทก์ไม่มีไปศาลอาจเป็นเพราะโจทก์เข้าใจว่าทนายโจทก์ป่วยและขอเลื่อนคดีแล้วคดีคงจะเลื่อนไป โจทก์จึงไม่มาศาลก็ได้ และพยานบุคคลของโจทก์ที่เป็นพยานหมายนั้นปรากฏว่ามีคนเดียว โจทก์ได้ขอหมายเรียกพยานไปแล้ว แต่พยานไม่มา พยานอาจมีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ก็ได้ กรณีเช่นนี้ยังไม่พอจะฟังว่าโจทก์ประวิงคดี คำขอเลื่อนคดีของฝ่ายโจทก์ จึงมีเหตุจำเป็นที่สมควรจะให้เลื่อนได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และบริษัทกมลสุโกศลจำกัด ได้ทำสัญญากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ไว้กับจำเลย คนงานของโจทก์ขับรถยนต์ดังกล่าว ได้เกิดชนกับรถยนต์ฟอร์ดเทม รถยนต์โจทก์เสียหาย โจทก์และคนงานโจทก์แจ้งให้จำเลยขอให้จัดการซ่อมหรือชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าซ่อมเป็นเงิน ๓,๐๕๙ บาท
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฯลฯ
เมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยไปศาล ส่วนโจทก์ ตัวโจทก์ ทนายโจทก์และพยานไม่มีไปศาล ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนของทนายมายื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายโจทก์ป่วย ตามหนังสือรับรองของแพทย์ ไม่สามารถมาว่าความได้ ทนายจำเลยแถลงไม่ค้าน และว่าสุดแต่ศาลจะพิจารณา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่ทนายโจทก์ขอเลื่อนเป็นการประวิงคดี ไม่สมควรให้เลื่อน และพิพากษาว่า โจทก์ประวิงคดีไม่มีพยานหลักฐานมาสืบ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้โจทก์เลื่อนคดีได้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ทนายโจทก์ขอเลื่อนคดี ก็โดยที่ทนายโจทก์ป่วยไม่สามารถมาว่าความได้ ซึ่งการป่วยเจ็บย่อมเป็นความจำเป็นอย่างหนึ่งที่ไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ ทั้งการที่ทนายโจทก์ขอเลื่อนครั้งนี้ก็เพิ่งเป็นครั้งแรกและทนายจำเลยก็ไม่คัดค้าน การที่โจทก์และพยานโจทก์ไม่มีไปศาล อาจเป็นเพราะโจทก์เข้าใจว่า ทนายโจทก์ป่วยและขอเลื่อนคดีแล้ว คดีคงจะเลื่อนไปโจทก์ไม่ไปศาลก็ได้ และพยานบุคคลของโจทก์ที่เป็นพยานหมายนั้น ปรากฏว่ามีคนเดียว โจทก์ได้ขอหมายเรียกพยานไปแล้ว แต่พยานไม่มา พยานอาจมีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่งอย่างใดซึ่งไม่ใช่ความผิดของโจทก์ก็ได้ กรณีเช่นนี้ยังไม่พอจะฟังว่าโจทก์ประวิงคดี คำขอเลื่อนคดีของโจทก์จึงมีเหตุจำเป็นที่สมควรจะให้เลื่อนได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2510
นายหิรัญ วินัยแพทย์ โจทก์
บริษัทสหเวชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายสัญญา สหเวชภัณฑ์ กรรมการผู้
อำนายการ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหิรัญ วินัยแพทย์ · กรรมการผู้ - บริษัทสหเวชภัณฑ์ประกันภัย จำกัด โดยนายสัญญา สหเวชภัณฑ์ · ล. - อำนายการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เนิ่น กฤษณะเศรนี · เชื้อ คงคากุล · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสนา เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนีย์ วาทิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา