⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 673/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ทรงเช็คที่รับโอนเช็คมาโดยชอบ ย่อมมีสิทธิเรียกให้ผู้สั่งจ่ายใช้เงินตามเช็คนั้นได้ และผู้สั่งจ่ายเช็คย่อมต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น ศาลมีอำนาจงดสืบพยานที่ประวิงให้ชักช้าได้ แม้การที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความจะไม่ใช่ความผิดของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

ร. และจำเลยที่ 2 นำเช็คพิพาทซึ่งจำเลยทั้งสองเป็นผู้สั่งจ่ายไปแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาในฐานะผู้รับเงินตามเช็ค จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 904 จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเช็ค ซึ่งเป็นตั๋วเงินประเภทหนึ่ง ย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้น ตามมาตรา 900 ศาลต้องเลื่อนคดีเพราะพยานจำเลยปากหนึ่งไม่มาศาลถึง 6 ครั้ง เนื่องจากพยานไม่เต็มใจมาเบิกความโดยพยานหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับหมาย พยานเคยมีหนังสือแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบว่า พยานไม่เคยเกี่ยวข้องกับจำเลยและไม่ทราบว่าจำเลยจะอ้างเป็นพยานในประเด็นข้อใด แสดงว่าพยานปากนี้อาจจะมิใช่ผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงในคดีก็ได้ ทั้งไม่ปรากฏจากคำแถลงหรือข้อนำสืบของจำเลยว่าพยานดังกล่าวเป็นพยานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีที่จะนำสืบอย่างไรฉะนั้นการที่จะให้ได้ตัวพยานปากนี้มาเบิกความนอกจากจะทำให้คดีต้องล่าช้าแล้ว คำเบิกความของพยานน่าจะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยแต่อย่างใด พยานดังกล่าวจึงเป็นพยานที่ประวิงให้ชักช้าแม้การที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความจะมิใช่ความผิดของจำเลย ศาลก็มีอำนาจที่จะงดสืบพยานเช่นว่านั้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรค 2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางสาวรสสุคนธ์ได้นำเช็คซึ่งจำเลยทั้งสองลงชื่อสั่งจ่ายเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้ลงวันที่มาแลกเงินจากโจทก์ นางสาวรสสุคนธ์และจำเลยที่ ๒ ตกลงให้โจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒ เมื่อถึงกำหนดวันดังกล่าว โจทก์นำเช็คพิพาทไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ จำเลยทั้ง ๒ มอบเช็คพิพาทให้นางสาวรสสุคนธ์เพื่อใช้ประกันหนี้บุคคลอื่น แต่นางสาวรสสุคนธ์มิได้นำเช็คพิพาทไปใช้ตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์รับโอนเช็คพิพาทโดยไม่สุจริต เพราะโจทก์ทราบว่านางสาวรสสุคนธ์ไม่มีสิทธิจะโอนเช็คพิพาทให้โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาเนื่องจากนางสาวรสสุคนธ์และจำเลยที่ ๒ นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้รับโอนเช็คพิพาทมาในฐานะผู้รับเงินตามเช็ค จึงเป็นผู้ทรงโดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๔ และคดีฟังไม่ได้ว่าการโอนเช็คพิพาทดังกล่าวมีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉลดังที่จำเลยฎีกา จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทซึ่งเป็นตั๋วเงินประเภทหนึ่ง ย่อมจะต้องรับผิดตามเนื้อความในตั๋วเงินนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐ ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบนายมนูญ สืบพงษ์ พยานจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการที่ไม่ได้พยานดังกล่าวมาเบิกความมิใช่ความผิดของจำเลยนั้น พิเคราะห์แล้วได้ความว่าในการสืบพยานจำเลยทุกครั้ง ศาลต้องเลื่อนคดีเพราะพยานปากนี้ไม่มาศาลถึง ๖ ครั้ง ครั้งแรกจำเลยอ้างว่าพยานไม่มาศาล ครั้งที่สองจำเลยแถลงว่าพยานไม่ยอมรับหมาย ครั้งที่สามจำเลยแถลงว่าพยานไม่มา ทราบว่าพยานไม่เต็มใจมาศาล ครั้งที่สี่จำเลยแถลงว่าพยานไม่ยอมรับหมาย ขอให้ศาลออกหมายจับ ครั้งที่ห้าจำเลยแถลงว่ายังไม่ได้ตัวพยานมาศาลตามหมายจับ ครั้งที่หกก็ยังไม่ได้ตัวพยานมาศาลชั้นต้นจึงสั่งตัดพยานปากนี้แล้วพิพากษาในวันเดียวกัน เห็นว่าที่นายมนูญพยานปากนี้ไม่มาศาล เนื่องจากไม่เต็มใจมาเบิกความเป็นพยานโดยพยานหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับหมาย และเคยมีหนังสือถึงศาลชั้นต้น แจ้งให้ทราบว่าตนเองไม่เคยเกี่ยวข้องกับจำเลยทั้งสองและไม่ทราบว่าจำเลยจะอ้างเป็นพยานในประเด็นข้อใด แสดงว่าพยานปากนี้อาจจะมิใช่ผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงในคดีก็ได้ ทั้งไม่ปรากฏจากคำแถลงหรือข้อนำสืบของจำเลยว่านายมนูญเป็นพยานสำคัญเกี่ยวพันกับประเด็นแห่งคดีที่จะนำสืบอย่างไร ฉะนั้นการที่จะให้ได้ตัวพยานปากนี้มาเบิกความนอกจากจะทำให้คดีล่าช้าแล้ว คำเบิกความของพยานน่าจะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีจำเลยแต่อย่างใด จึงเห็นได้ว่าพยานที่จำเลยจะนำสืบดังกล่าวเป็นพยานที่ประวิงให้ชักช้า แม้การที่ไม่ได้ตัวพยานมาเบิกความจะมิใช่ความผิดของจำเลยก็ตามศาลก็มีอำนาจที่จะงดสืบพยานเช่นว่านั้นเสียได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 673/2525 นางสมพิศ ภูปรัสสานนทน์ โจทก์ นายโชคชัย สาตราโรจน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมพิศ ภูปรัสสานนทน์ · จำเลย - นายโชคชัย สาตราโรจน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุสิต วราโห · สุวัฒน์ รัตรสาร · นิยม ติวุตานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอากาศ บำรุงชีพ · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4964/2539ฎีกา 4359/2540ฎีกา 5603/2542ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 698/2537ฎีกา 108/2538ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2521/2540ฎีกา 369/2522ฎีกา 2902/2557ฎีกา 351/2525ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 18343/2556ฎีกา 196/2523ฎีกา 1603/2551ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 1500/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา