คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่เบิกความเป็นพยานสนับสนุนข้อต่อสู้ของตน และไม่ระบุชัดแจ้งว่าจะสืบพยานบุคคลใดในประเด็นข้อพิพาทใด เป็นการประวิงคดี
ย่อคำพิพากษา
จำเลยให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์ ลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวเป็นลายมือปลอม แต่ปรากฏว่าจำเลยกลับไม่สนใจมาเบิกความเป็นพยานต่อศาลเพื่อสนับสนุนข้อต่อสู้ของตน ที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องและแถลงขอให้ศาลชั้นต้นส่งประเด็นไปสืบ ส.และ ศ.ที่ศาลอื่นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยจะสืบในข้อใดและเกี่ยวแก่ประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยเพียงใด คงกล่าวลอย ๆ ว่า ขอให้ส่งประเด็นไปสืบเท่านั้น ในฎีกาของจำเลยก็มิได้กล่าวให้ชัดแจ้งว่าจำเลยจะสืบพยานทั้งสองปากในข้อใด เกี่ยวแก่ประเด็นข้อพิพาทแค่ไหน เพียงใด พฤติการณ์ของจำเลยจึงเป็นการประวิงคดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด · จำเลย - บริษัททวีกุลอุตสาหกรรม จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายชาตรี ศิริรักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา