คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากเอกสารที่จำเลยอ้างเป็นพยานหลักฐานสำคัญแก่คดี และการไม่ได้ชำระค่าอ้างเอกสารตามกำหนดเป็นเพราะความหลงลืม ศาลอาจรับฟังพยานหลักฐานนั้นได้หากมีเหตุอันสมควร
ย่อคำพิพากษา
เอกสารที่จำเลยอ้างเป็นพยานหลักฐานและส่งศาลไว้แล้ว แม้จำเลยผู้อ้างจะไม่ได้ชำระค่าอ้างเอกสารนั้นภายในเวลาที่ศาลกำหนดให้นำมาชำระ และมาแถลงขอชำระก่อนวันที่ศาลมีคำพิพากษา 1 วัน อ้างเหตุเพราะหลงลืม ดังนี้ เมื่อเอกสารที่อ้างส่งนั้นเป็นพยานหลักฐานที่มีความสำคัญแก่คดีของจำเลยผู้อ้าง และการที่ไม่ได้เสียค่าอ้างเอกสารตามกำหนด น่าเชื่อว่าเป็นเพราะความหลงลืม กรณีมีเหตุที่ศาลสมควรจะรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าที่ดินที่จำเลยบุกรุกเข้าไปขุดดินปลูกต้นมะพร้าวเป็นที่ดินของโจกท์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้ถอนต้นมะพร้าวออกไป
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่นายจรัญมีหน้าที่รับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ซึ่งนายจรัญขายให้จำเลยแล้ว ทำหนังสือซื้อขายกันที่อำเภอแกลง จำเลยจึงเข้าครอบครองขุดดินปลูกมะพร้าวและกลัวย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้วจดรายงานกระบวนพิจารณาให้คู่ความชำระค่าอ้างเอกสารภายใน ๓ วัน จำเลยไม่ได้ชำระค่าอ้างเอกสารจนก่อนวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา ๑ วัน จำเลยยื่นคำแถลงขอชำระค่าอ้างเอกสาร อ้างเหตุเพราะหลงลืม ศาลชั้นต้นไม่รับค่าอ้างเอกสาร แล้วมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีโดยไม่รับฟังพยานเอกสารของจำเลยที่อ้างส่งไว้ต่อศาลแล้ว
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรรับค่าอ้างเอกสารจากจำเลย จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับค่าอ้างเอกสารจากจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยเห็นว่า เอกสารที่จำเลยอ้างและได้ส่งเอกสารแล้วมี ๔ ฉบับ คือ หมาย ล.๑ เป็นสัญญากู้ยืมเงินระหว่างนายจรัญเป็นผู้กู้ นางพิมพ์ภรรยาจำเลยเป็นผู้ให้กู้ หมาย ล.๒ เป็นสัญญาซื้อขายที่ดิน ระหว่างนายจรัญผู้ขาย จำเลยเป็นผู้ซื้อ เป็นสัญญาซื้อขายทำขึ้นโดยพนักงานเจ้าหน้าที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หมาย ล.๓ เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกให้แก่นายจรัญ หมาย ล.๔ เป็นหนังสือของนายจรัญ มีข้อความแสดงว่า ไม่ได้ขายที่ดินให้โจกท์ เอกสารทั้ง ๔ ฉบับนี้มีความสำคัญแก่คดีของจำเลยหาน้อยไม่ หากได้รับการพิจารณาของศาล อาจทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไปก็ได้
เรื่องนี้จำเลยอ้างว่าหลงลืมไป จึงไม่ได้เสียค่าอ้างเอกสารตามกำหนดค่าอ้างเอกสาร ๔ ฉบับนี้เป็นเงินเพียง ๑๒ บาทเท่านั้น ไม่ใช่เงินจำนวนมากมายอะไร น่าเชื่อว่าจำเลยหลงลืมไปจริง ๆ เมื่อนึกได้จึงได้ยื่นคำแถลงขอชำระก่อนวันที่ศาลกำหนดจะพิพากษา เหตุผลที่ศาลชั้นต้นไม่รับค่าอ้างเอกสารของจำเลยก็เพราะศาลได้เรียงคำพิพากษาเสร็จแล้ว เป็นทำนองว่าถ้ายอมรับค่าอ้างเอกสารจากจำเลยก็จะต้องเปลี่ยนแปลงแนวคำพิพากษาเสียใหม่ เห็นว่ายังไม่เป็นเหตุผลทีสมควรจริงอยู่การชำระค่าอ้างเอกสารนั้นกฎหมายกำหนดให้ชำระเมื่อส่งเอกสารต่อศาล แต่ในทางปฏิบัติ คู่ความที่อ้างเอกสารอาจชำระค่าอ้างได้ก่อนวันชี้ขาดตัดสินคดี เมื่อได้ชำระแล้ว ศาลก็รับฟังเอกสารนั้น ๆ ได้ ในเรื่องพยานหลักฐานนี้ กฎหมายกำหนดอำนาจของศาลไว้กว้างขวาง ในกรณีที่ศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จะเห็นได้จากบทบัญญัติในมาตรา ๘๖ และ ๘๘ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2513
นางอุบล ชาญเชี่ยว โจทก์
นายเวย เจริญรื่น ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอุบล ชาญเชี่ยว · ล. - นายเวย เจริญรื่น |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · สวัสดิ์ ภู่งาม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระยอง - นายปสพ นพรัมภา · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา