⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1658/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ทางพิพาทโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาจะใช้สิทธิให้ได้มาซึ่งภารจำยอมติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมทำให้ได้มาซึ่งภารจำยอมโดยอายุความ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ใช้ทางพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี โดยมิได้ขออนุญาตจากจำเลยและมิใช่เป็นการใช้โดยถือวิสาสะ ทางพิพาทจึงตกเป็นทางภารจำยอมโดยอายุความ จำเลยนำสืบว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทโดยขออนุญาตจากจำเลยโดยมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ การนำสืบดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นการนำสืบนอกคำให้การและนอกประเด็น ไม่มีน้ำหนักอันควรรับฟัง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตั้งอยู่ที่บ้านกระเชาะราก หมู่ที่ 13 ตำบลลำนางแก้ว อำเภอปักธงชัยจังหวัดนครราชสีมา ทิศเหนือจดที่ดินของนายไล มนตรา และที่ดินของจำเลย โจทก์ได้ปลูกบ้านอยู่อาศัยทำสวนผลไม้และสวนผักมาประมาณ50 ปีแล้ว และมีที่ดินอีก 2 แปลง อยู่ทางทิศเหนือของที่ดินจำเลยจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ มีอาณาเขตทิศหนือจดถนนสาธารณะ ทิศใต้จดที่ดินของโจทก์ ในการออกไปทำนาขนพืชผักผลไม้ออกไปจำหน่าย และขนข้างเปลือกจากที่นาของโจทก์มาเก็บไว้ที่บ้านโดยใช้เกวียนหรือรถยนต์เป็นยานพาหนะ โจทก์ใช้ทางผ่านที่ดินของจำเลยมาประมาณ 40 ปีแล้ว โดยเดิมโจทก์ใช้ทางตามบริเวณหมายเลข 3ในแผนผังสังเขปท้ายฟ้อง ซึ่งกว้าง 3.90 เมตร ยาวประมาณ 70 เมตรเข้าออกที่ดินของโจทก์ ต่อมาเมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ จำเลยสร้างยุ้งข้าวในที่ดินบริเวณที่โจทก์เคยใช้เป้นทางเข้าออก โจทก์จึงต้องใช้ทางอ้อมยุ้งข้าวนั้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยใช้ทางตามบริเวณหมายเลข 5 ในแผนผังสังเขปท้ายฟ้อง ซึ่งกว้างประมาณ 3.90 เมตรยาวประมาณ 65 เมตร เป็นทางเข้าออกทางดังกล่าวจึงตกอยู่ภายใต้ภาระจำยอม เพื่อประโยชน์แห่งที่ดินของโจทก์โดยอายุความ ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2529 จำเลยได้ทำรั้วกว้างประมาณ 2.50 เมตรยาวประมาณ 70 เมตร ปิดกั้นทางภาระจำยอมจนโจทก์ไม่สามารถใช้เกวียนและรถยนต์เข้าออกสู่ที่ดินของโจทก์ได้ดังเดิม ขอให้จำเลยรื้อรั้วเปิดทางภาระจำยอมตามบริเวณหมายเลข 5 ในแผนผังสังเขปท้ายฟ้องถ้าจำเลยไม่รื้อ ก็ให้โจทก์เป็นผู้ซื้อโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้จำเลยไปจดทะเบียนทางภาระจำยอมให้โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 29 ตำบลลำนาแก้ว อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาโจทก์ไม่เคยใช้ที่ดินของจำเลยตามทางหมายเลข 5 ในแผนผังสังเขปท้ายฟ้อง เป้นทางเข้าออก แต่ใช้ทางหมายเลข 7 ในแผนสังเขปท้ายฟ้องเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ. 2529 โจทก์ขอที่ดินจำเลยส่วนที่ติดกับทางหมายเลข 7 ในแผนผังสังเขปท้ายฟ้อง เพื่อขยายทางให้กว้างขึ้นจำเลยไม่ยอม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ดินของโจทก์อยู่ติดกับที่ดินของจำเลยด้านทิศเหนือของที่ดินจำเลยติดกับถนนสาธารณะ โจทก์ใช้ทางหมายเลข 5ในที่ดินของจำเลยออกไปสู่ถนนสาธารณะมาหลายปีแล้ว ต่อมาเดือนกันยายน2529 จำเลยได้กั้นรั้วตามเส้นปะสีแดงปิดทางดังกล่าว ปรากฏตามแผนที่เอกสารหมาย จ. 16 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าโจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 จนทางดังกล่าวตกเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความหรือไม่ ในข้อนี้จำเลยนำสืบอ้างเพียงลอย ๆ ว่า จำเลยอนุญาจให้โจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 ตามเอกสารหมาย จ.16 ส่วนโจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่า เดิมโจทก์ใช้ทางหมายเลข 6และ 7 ตามเอกสารหมาย จ.16 เป็นทางเข้าออก ต่อมาจำเลยปลูกสร้างยุ้งข้าวขวางทางดังกล่าว โจทก์จึงใช้ที่ดินของจำเลยตามทางหมายเลข 5ตามเอกสารหมาย จ.16 แทน โจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 มาประกอบ 20 ปีเศษแล้ว โดยมิได้ขออนุญาตจากจำเลย พิเคราะห์คำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยานบุคคลหลายปากมาเบิกความสนับสนุนคือ นายตู้ ฤทธิ์ดอน นางสาวอุทัย ฤทธิ์ดอน นายอ่อน พะนะจะโปะนายสุทัศน์ ยังอยู่ นายทั่ง ทูนนะเทม นายยัน สุขตะคุ นายแสน ญาติดอนนายเลี่ยม จันทรชัย และนายมาก โพดพรมราช พยานโจตทก์เหล่านี้เคยใช้ทางหมายเลข 5 และยืนยันว่าโจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 มาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จากพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวมีน้ำนักเชื่อได้ว่าโจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 มาเกินกว่า 10 ปีแล้วจริงโดยมิได้ขออนุญาตจากจำเลยและมิใช่เป็นการใช้โดยถือวิสาสะ ทางหมายเลข 5 จึงตกเป็นทางภาระจำยอมโดยอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1401 ที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 โดยขออนุญาตจากจำเลยนั้นเห็นว่า ข้อนำสืบดังกล่าวนอกจากจะเจือสมคำพยานโจทก์ที่ยืนยันว่าโจทก์ใช้ทางหมายเลข 5 มาเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลบยก็ยังมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ การนำสืบของจำเลยดังกล่าวเป็นการนำสืบนอกคำให้การและนอกประเด็น ไม่มีน้ำหนักอันควรรับฟัง..." พิพากษากลับเป็นว่า ทางหมายเลข 5 ตามเอกสารหมาย จ.16 เป็นทางภาระจำยอม ให้จำเลยรื้อรั้วเปิดทางและไปจดทะเบียนภาระจำยอมให้โจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2534 นาง ทิม ฤทธิ์ดอ น โจทก์ นาง สม พงษ์ สระ แสน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ทิม ฤทธิ์ดอ น · จำเลย - นาง สม พงษ์ สระ แสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 231/2482ฎีกา 685/2550ฎีกา 2732/2534ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2320/2543ฎีกา 149/2526ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5640/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ