⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5647/2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5647/2537

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีดุลพินิจในการอนุญาตให้สืบพยานผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าจำเป็นและมีเหตุผลอันสมควร การขอสืบพยานผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมโดยอ้างว่าความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเดิมมีลักษณะเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว โดยไม่มีเหตุผลอื่นอันสมควร อาจไม่ได้รับการอนุญาต

ย่อคำพิพากษา

ที่ผู้ร้องฎีกาว่าศาลควรอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม เพราะตามรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลายมือชื่อของเจ้ามรดกมีลักษณะการเขียนไม่คงที่ เขียนได้หลายแบบไม่มีลักษณะของการเขียนเด่นชัดเพียงพอ ไม่อาจตรวจพิสูจน์ได้ เป็นความเห็นมีลักษณะเอื้อประโยชน์แก่ผู้คัดค้านฝ่ายเดียว ผู้ร้องจำเป็นต้องซักค้านผู้เชี่ยวชาญและระบุผู้เชี่ยวชาญอื่นเป็นพยานเพิ่มเติมนั้นปรากฏว่าผู้ร้องก็เป็นฝ่ายขอให้ทำการตรวจพิสูจน์เช่นเดียวกันความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมิได้ส่อไปในทางไม่สุจริต แม้สามารถทำการตรวจพิสูจน์ได้ก็มิใช่จะรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเสียทีเดียว จะต้องพิจารณาตามลักษณะการเขียนและพยานหลักฐานอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งศาลย่อมตรวจดูได้ การขอให้ผู้เชี่ยวชาญอื่นทำการตรวจอีกจึงไม่จำเป็น จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานผู้เชี่ยวชาญอื่นเป็นพยานเพิ่มเติม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรของนายสนิท บุญยงค์เจ้ามรดก กับนางทิวาวรรณ บุญยงค์ โดยมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 2 คน คือผู้ร้องและเด็กหญิงวิลิปดา บุญยงค์ เจ้ามรดกจดทะเบียนรับรองผู้ร้องเป็นบุตรแล้วเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2533 ด้วยสาเหตุโลหิตเป็นพิษมะเร็งตับอ่อนและเบาหวาน โดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ มีทรัพย์สินเป็นมรดกตกทอดมายังทายาทปรากฏตามบัญชีทรัพย์มรดกเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 5หลังจากเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ร้องมีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก เนื่องจากหน่วยราชการ และธนาคารพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้ามรดกประกอบกับเด็กหญิงวิลิปดาทายาทคนหนึ่งของเจ้ามรดกยังเป็นผู้เยาว์ทั้งผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมายที่จะเป็นผู้จัดการมรดกขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดก ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก จึงมิใช่ทายาทโดยธรรมและมิได้มีส่วนได้เสียในการจัดการทรัพย์มรดกของเจ้ามรดก ผู้ร้องไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้เพราะมีอายุน้อยและอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียนขาดประสบการณ์ในการทำงานและเจ้ามรดกทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดกไว้ และแต่งตั้งให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามเจตนาและความประสงค์ของเจ้ามรดก ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและแต่งตั้งผู้คัดค้านให้เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่ใช่ทายาทและไม่มีส่วนได้เสียในกองมรดกของเจ้ามรดก พินัยกรรมฉบับลงวันที่ 28 มีนาคม2529 เป็นเอกสารปลอม โดยนางอรพินธ์ บุญยงค์ นายศุภกาญจน์ สุภานางสาวปาริชาต สุภา นายวันชัย โกศัลวัตร และผู้คัดค้านคบคิดกันทำปลอมขึ้นด้วยความมุ่งหมายจะตัดผู้ร้องและเด็กหญิงวิลิปดาทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกมิให้ได้รับมรดกนายศุภกาญจน์นางสาวปาริชาต และผู้คัดค้านมิใช่ผู้สืบสันดานของเจ้ามรดกแต่บุคคลทั้งสามเป็นญาติของนางอรพินธ์ ขอให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้าน หลังจากสืบพยานผู้ร้องและผู้คัดค้านเสร็จแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขออนุญาตระบุพยานเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกกับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป ส่วนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ร้องให้ยก ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาคำสั่งและคำพิพากษา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ค.1 ค.10 และ ค.11 หรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมตามเอกสารหมาย ค.1 ค.10 และ ค.11 ไว้จริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย สำหรับข้อที่ผู้ร้องฎีกาคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า ศาลควรอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานเพิ่มเติมตามคำร้องและบัญชีระบุพยานเพิ่มเติม ลงวันที่ 3 มีนาคม 2535 เพราะตามรายงานการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ลายมือชื่อของเจ้ามรดกมีลักษณะการเขียนไม่คงที่ เขียนได้หลายแบบไม่มีลักษณะของการเขียนเด่นชัดเพียงพอ ไม่อาจตรวจพิสูจน์ได้ เป็นความเห็นมีลักษณะเอื้อประโยชน์แก่ผู้คัดค้านฝ่ายเดียว ผู้ร้องจำต้องซักค้านผู้เชี่ยวชาญและระบุผู้เชี่ยวชาญอื่นเป็นพยานเพิ่มเติมนั้นเห็นว่า ผู้ร้องก็เป็นฝ่ายขอให้ทำการตรวจพิสูจน์เช่นเดียวกันความเห็นของผู้เชี่ยวชาญมิได้ส่อไปในทางไม่สุจริตดังผู้ร้องฎีกาแม้สามารถทำการตรวจพิสูจน์ได้ก็มิใช่จะรับฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเสียทีเดียว จะต้องพิจารณาตามลักษณะการเขียนและพยานหลักฐานอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งศาลย่อมตรวจดูได้ การขอให้ผู้เชี่ยวชาญอื่นทำการตรวจอีกจึงไม่จำเป็น กรณีไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอนุญาตให้ผู้ร้องระบุพยานเพิ่มเติมคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5647/2537 นางสาว ภัททดา บุญยงค์ โจทก์ นาง กุณฑลี ระพิพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาว ภัททดา บุญยงค์ · จำเลย - นาง กุณฑลี ระพิพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · สมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 452/2517ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543ฎีกา 806/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา