⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1234/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำคู่ความหรือระบุพยานเป็นวันหยุดราชการ ให้ถือว่าวันถัดไปเป็นวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำคู่ความหรือระบุพยานนั้น

ย่อคำพิพากษา

วันสุดท้ายที่โจทก์มีสิทธิยื่นบัญชีระบุพยานเป็นวันพืชมงคลอันเป็นวันหยุดราชการ วันถัดมาเป็นวันเสาร์และอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการเช่นเดียวกัน โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานในวันจันทร์ ศาลชั้นต้นสั่งรวมโจทก์นำพยานที่ระบุไว้มาสืบในวันอังคาร ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าโจทก์มีเจตนาฝ่าฝืน และเมื่อพิจารณาพฤติการณ์ดังกล่าวประกอบกับมาตรา 87(2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่ากรณีสมควรจะรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้เงิน ๕,๔๐๐ บาทแก่จำเลยไปไถ่ถอนการขายฝากที่ดิน จำเลยไถ่ถอนแล้ว ไม่นำที่ดินนั้นมาทำจำนองกับโจทก์ตามสัญญา ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธ ชั้นพิจารณา ศาลเห็นว่าโจทก์ยื่นบัญชีพยานฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ จึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยาน และพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานและศาลชั้นต้นสั่งว่า "รวม" ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๐๗ และในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๐๗ เป็นวันนัดสืบพยานครั้งแรก การยื่นบัญชีพยานของโจทก์จึงเป็นการยื่นก่อนวันสืบพยานเพียงวันเดียว ทนายโจทก์แถลงว่าตั้งใจจะยื่นบัญชีพยานในวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๐๗ แต่เป็นวันพืชมงคล และหยุดราชการ ทนายโจทก์ไม่ทราบ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ข้ออ้างของโจทก์จะฟังไม่ได้ก็ตาม แต่ปรากฏว่าวันที่ ๙ และ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๐๗ เป็นวันเสาร์และอาทิตย์อันเป็นวันหยุดราชการ โจทก์มายื่นในวันจันทร์ที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๐๗ ศาลชั้นต้นได้สั่งรวมไว้แล้ว ทั้งในวันสืบพยานโจทก์ได้นำพยานที่ระบุอ้างมาศาลครบถ้วน ดังนี้ จะถือว่าการกระทำของโจทก์เป็นการจู่โจมเอาเปรียบจำเลยดังฎีกาจำเลยยังไม่ถนัด ยังไม่พอที่จะฟังว่าโจทก์มีเจตนาจะฝ่าฝืน เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ดังกล่าว ประกอบกับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๗(๒) ระบุว่า "เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้" ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีสมควรจะรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๗,๒๔๓,๒๔๗ ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1234/2508 นางเยี่ยม พิมลศักดิ์ โจทก์ นายเจี้ยน สุวรรณนิภา ที่ 1 นางยุพิน สุวรรณนิภา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเยี่ยม พิมลศักดิ์ · จำเลย - นายเจี้ยน สุวรรณนิภา ที่ 1 นางยุพิน สุวรรณนิภา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · สนิท สุมาวงศ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 4637/2567ฎีกา 698/2537ฎีกา 3350/2538ฎีกา 149/2526ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 5272/2544ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2752/2537ฎีกา 557/2493ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา