⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 421/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การไต่สวนคำร้องว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมแล้ว ไม่ใช่การสืบพยานหลักฐานในประเด็นแห่งคดีที่พิพาทกันตามคำฟ้องและคำให้การ.

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นไต่สวนคำร้องของจำเลยที่อ้างว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมแล้วนั้น ไม่ใช่การสืบพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงในประเด็นแห่งคดีที่พิพาทกันตามคำฟ้องและคำให้การ จึงไม่ตกอยู่ในบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคแรก.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยขุดเอาเนื้อดินในที่ดินของจำเลยซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ไปถมที่จัดสรรของจำเลย จำเลยไม่ทำคันบ่อที่ติดกับที่ดินโจทก์ให้แน่นหนาเป็นเหตุให้น้ำฝนซึ่งตกหนักไหลหลากดันคันดินของจำเลยพังน้ำพัดพาเอาดินในที่นาโจทก์ไหลลงสู่บ่อจำเลยคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 1,800 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นเงิน 216,000 บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่เคยขุดดินในที่ดินดังกล่าวไปถมที่จัดสรร โจทก์กับพวกทำลายคันดินทำนบขอบบ่อทำให้จำเลยเสียหาย ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยไม่เป็นความจริง โจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันได้โดยจำเลยตกลงจะถมดินในที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับแก่จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับตามคำพิพากษา จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยถมดินในที่โจทก์เรียบร้อยตามสัญญาแล้ว ที่ดินที่เสียหายตามฟ้องเป็นที่ดินด้านทิศเหนือ แต่ที่ดินที่เสียหายใหม่เป็นที่ดินด้านทิศตะวันตก เป็นเหตุที่เกิดขึ้นใหม่ไม่ใช่เหตุตามฟ้องเดิมขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยังถมดินให้โจทก์ไม่ครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นการผิดสัญญาโจทก์มีสิทธิขอให้บังคับคดีได้มีคำสั่งให้โจทก์ดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ที่จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88ศาลรับบัญชีระบุพยานของโจทก์ไว้ไม่ชอบ การเผชิญสืบจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ในชั้นไต่สวนคำร้องของจำเลยที่อ้างว่าได้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมแล้วนั้น เป็นการไต่สวนเพื่อให้ทราบว่าจำเลยปฏิบัติผิดข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ต่อศาลหรือไม่ไม่ใช่การสืบพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงในประเด็นแห่งคดีที่พิพาทกันตามคำฟ้องและคำให้การ จึงไม่ตกอยู่ในบังคับที่ต้องยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันไต่สวนไม่น้อยกว่า 3วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคแรก...' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2532 นาง เยาะ วิทย์วัฒนานนท์ โจทก์ นาย เชาว์ ภู่ เจริญ ยศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เยาะ วิทย์วัฒนานนท์ · จำเลย - นาย เชาว์ ภู่ เจริญ ยศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 452/2517ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543ฎีกา 806/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ