⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3018/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมโดยไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานโดยอ้างเหตุอันสมควรตามกฎหมาย แม้ศาลชั้นต้นจะอนุญาตและสืบพยานดังกล่าวมาแล้ว ก็ต้องห้ามไม่ให้รับฟังพยานหลักฐานนั้น

ย่อคำพิพากษา

หลังจากศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมโดยไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้นโดยอ้างเหตุอันสมควรดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88วรรคท้าย โจทก์คัดค้านว่าเป็นการเอาเปรียบโจทก์ ดังนี้แม้ศาลชั้นต้นจะอนุญาตและสืบพยานดังกล่าวมาแล้วก็ย่อมต้องห้ามไม่ให้รับฟัง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนายกอง และมีสิทธิได้รับมรดกของนายกองผู้ตายขอให้จำเลยส่งมอบทรัพย์มรดกของนายกองให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่บุตรชอบด้วยกฎหมายของนายกอง ทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยไม่อยู่ในฐานะลูกหนี้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาในวันนัดสืบพยานจำเลยหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นไปแล้ว จำเลยยื่นคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติม โจทก์คัดค้าน ศาลอนุญาตและสืบพยานจำเลยไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบทรัพย์มรดกของนายกองให้แก่โจทก์บางส่วน โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยส่งมอบทรัพย์มรดกของนายกองให้แก่โจทก์ทั้งหมด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยยื่นบัญชีระบุพยานลงวันที่ 4 มิถุนายน 2525 โดยระบุอ้างจำเลยคนเดียวเป็นพยาน จนหลังจากศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2525 แล้ว จำเลยจึงเพิ่งยื่นคำแถลงเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2525 อันเป็นวันสืบพยานจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยยังขาดพยานสำคัญ จึงขอระบุพยานจำเลยเพิ่มเติมรวม 6 อันดับ โจทก์แถลงคัดค้านว่าเป็นการเอาเปรียบโจทก์ ทำให้โจทก์เสียเปรียบในเชิงคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตและทำการสืบพยานจำเลยนอกจากตัวจำเลย ตามบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยเสร็จในวันเดียวกันนั้น โดยจำเลยไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตอ้างพยานหลักฐานเช่นว่านั้น โดยอ้างเหตุอันสมควรแสดงว่าไม่สามารถทราบได้ว่าต้องนำพยานดังกล่าวมาสืบเพื่อประโยชน์ของจำเลยเองหรือไม่สามารถทราบว่าพยานดังกล่าวได้มีอยู่หรือมีเหตุสมควรอื่นใด ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้าย และการจะอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมเช่นว่านี้ก็ต้องเป็นกรณีจำเป็นจะต้องสืบพยานนั้น ๆ เพื่อให้การวินิจฉัยชี้ขาดข้อสำคัญแห่งคดีเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ดังนี้ เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า แม้ศาลชั้นต้นสืบพยานดังกล่าวมาแล้วก็ย่อมต้องห้ามไม่ให้รับฟัง ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3018/2528 นางบัวทอง รัตพลที กับพวก โจทก์ นางไล อ่อนอินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบัวทอง รัตพลที กับพวก · จำเลย - นางไล อ่อนอินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · โสภณ รัตนากร · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2032/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 452/2517ฎีกา 7812/2547ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2500/2548ฎีกา 2905/2552ฎีกา 3221/2534ฎีกา 8077-8078/2549ฎีกา 4052/2567ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 6541/2544ฎีกา 269/2520ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 536/2536ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 2311-2314/2532ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5647/2537ฎีกา 6880/2538ฎีกา 2295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา