คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยอำนาจของผู้อื่น แม้จะครอบครองนานเพียงใด ก็ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลเห็นสมควรจะเรียกอะไรมาเป็นพะยานหลักฐานเพื่อประกอบพิจารณาคดี ก็อยู่ในอำนาจของศาลที่จะกระทำได้ การครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยอำนาจของผู้อื่นแม้จะเป็นเวลานานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ
อายุความฟ้องเรียกทรัพย์ที่เช่าคืนมีกำหนด 10 ปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเมื่อประมาณ ๔ ปีมาแล้วจำเลยได้เช่าเรือเอี้ยมจุ๊นของโจทก์ไปบรรทุกหิน แล้วจำเลยกลับลงชื่อเป็นเจ้าของเสียเองโจทก์จึงฟ้องเรียกเรือคืนจากจำเลยอยู่
ศาลล่างทั้ง ๒ ฟังว่าเรือรายพิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยคืนเรือให้โจทก์
จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลเรียกใบทะเบียนเรือจากจำเลยโดยไม่มีใครอ้างเป็นการผิดกระบวนพิจารณา แลว่าเรือตกมาอยู่แก่จำเลย ๖-๗ ปี จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจะเรียกหลักฐานอะไรมาเป็นพะยานของศาลก็ได้ ไม่ผิดกระบวนพิจารณา และเห็นว่าจำเลยครอบครองเรือโดยอำนาจโจทก์ แม้จะเกิน ๕ ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ แลคดีนี้โจทก์ก็เรียกเรือคืนลายในกำหนดอายุความ ๑๐ ปีจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 393/2480
นายง่วนกุ้ย แซ่คู โจทก์
นายเกว๋งกี่ แซ่เงี้ยม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายง่วนกุ้ย แซ่คู · จำเลย - นายเกว๋งกี่ แซ่เงี้ยม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นล · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา