คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเองเป็นเวลาสิบปีติดต่อกัน ย่อมทำให้ผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น แม้ผู้ครอบครองจะทราบว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โฉนดที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 36 ตารางวา มีชื่อจำเลยและสามีถือกรรมสิทธิ์รวมกัน 4 ใน 6 ส่วน โจทก์ 1 ใน 6 ส่วน และ พ.1ใน 6 ส่วน เมื่อโจทก์อายุ 13 ปี ได้รื้อบ้านในที่ดินพิพาทถวายวัดแล้วย้ายไปอยู่กับตา ที่ดินพิพาทจึงเป็นที่ว่าง แล้วโจทก์ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนานถึง45 ปี จึงมาฟ้องคดีนี้ ส่วนจำเลยเข้าปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทจนถึงวันฟ้องเป็นเวลาประมาณ 40 ปี โดยไม่เคยมีผู้ใดคัดค้านการครอบครองของจำเลย สภาพที่ดินพิพาทใช้เป็นที่อยู่อาศัยมีบ้านจำเลยและบุตรปลูกอยู่ 2 หลัง ไม่สามารถแบ่งแยกให้ผู้อื่นเข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอีกได้เพราะเหลือเนื้อที่เพียง 330 ตารางวาเนื่องจากที่ดินบางส่วนตามโฉนดพังลงคลอง พฤติการณ์ที่โจทก์ละทิ้งที่ดินพิพาทไปเป็นเวลานานหลายสิบปี เชื่อได้ว่าโจทก์สละสิทธิในที่ดินส่วนของตน และถือได้ว่าจำเลยครอบครองปรปักษ์ที่ดินส่วนของโจทก์นานเกินกว่าสิบปีจนได้กรรมสิทธิ์ตามป.พ.พ. มาตรา 1382
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสาย กลัดสมตน · จำเลย - นางลูกอินทร์ บุญมี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรุณ น้าประเสริฐ · จเร อำนวยวัฒนา · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชลิต กฐินะสมิต · ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ จันทรเวช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา