⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 905/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2508

ป.พ.พ. ม.1299, 1304, 1308 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยกที่ดินมีโฉนดให้โดยเพียงแต่พูดด้วยวาจา ไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย * ทายาทที่ปกครองทรัพย์มรดกร่วมกัน มีสิทธิฟ้องขอแบ่งมรดกได้ แม้จะล่วงพ้นกำหนด 1 ปี หลังจากเจ้ามรดกตายไปแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ถึง 10 ปี * ที่งอกที่เกิดจากที่ดินแปลงใด ย่อมตกเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น * ที่งอกที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครอง ต้องเป็นการครอบครองโดยความสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลา 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

การยกที่ดินมีโฉนดให้โดยเพียงแต่พูดด้วยวาจาไม่ได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทำชอบด้วยกฏหมายไม่ ทรัพย์มรดก เมื่อทายาทได้ปกครองร่วมกันมาแม้จะล่วงพ้นกำหนด 1 ปี หลังจากเจ้ามรดกตายแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ถึง 10 ปี ทายาทย่อมมีสิทธิฟ้องขอแบ่งมรดกนั้นได้ ที่งอกหน้าที่ดินย่อมตกเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น ที่งอกหน้าที่ดิน เมื่อมีผู้ครอบครองเป็นส่วนสัดโดยความสงบและเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากว่า 10 ปี ที่งอกนั้นย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1748

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้รับมรดกที่ดินของนางสาวจิ๋ว และปกครองร่วมกันมาต่อมามารดาโจทก์ตาย ที่ดินส่วนมารดาโจทก์จึงตกเป็นของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้โจทก์ออกจากที่ดิน โจทก์ไปตรวจดูหลักฐานที่สำนักงานที่ดิน จึงทราบว่าจำเลยที่ ๑ ลอบไปขอรับมรดกนางสาวจิ๋วเสียแต่ผู้เดียวแล้วโอนให้จำเลยที่ ๒ ไปในวันเดียวกันโดยไม่สุจริต และจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งการครอบครองที่งอกหน้าที่ดินต่อพนักงานที่ดินโดยปกปิดมิให้มารดาโจทก์และโจทก์ทราบ โจทก์ได้ร้องคัดค้างไว้แล้ว ขอให้ศาลเพิกถอนการโอนที่ดิน และการโอนรับมรดกของจำเลย และให้แบ่งที่ดินอันเป็นมรดกนางสาวจิ๋ว รวมทั้งที่งอกหน้าที่ดินให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกัน จำเลยต่อสู้ว่า ก่อนตายนางสาวจิ๋วได้ยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลย จำเลยได้ครอบครองที่ดินดังกล่าวรวมทั้งที่งอกมาจนบัดนี้ การโอนรับมรดกและการยกให้ตลอดจนการแจ้งการครอบครอบ มารดาโจทก์กับโจทก์ทราบและยินยอมให้คัดค้าน มารดาโจทก์และโจทก์ที่ ๒ อยู่ในที่ดินตามฟ้องโดยอาศัยจำเลยที่ ๑ อยู่ คดีโจทก์ขาดอายุความมรดกและอายุความฟ้องร้องแล้ว และฟ้องแย้งขอให้ขับไล่ โจทก์ที่ ๒ ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า นางสาวจิ๋วไม่ได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ ๑ หากยกให้ก้มิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำพินัยกรรมยกให้จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ครอบครอบเป็นปรปักษ์เกินกว่า ๑๐ ปี ที่ดินมรดกของนางสาวจิ๋วตกได้แก่มารดาโจทก์ กับจำเลยที่ ๑ มารดาโจทก์ตาย โจทก์ได้ครอบครองต่อมา ไม่ได้อาศัยจำเลยอยู่ ศาลขั้นต้นเห็นว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความที่ดินมารดกนางสาวจิ๋วตกได้แก่จำเลยที่ ๑ กับมารดาโจทก์คนละครึ่ง มารดาโจทก์ตาย ส่วนของมารดาจึงตกได้แก่โจทก์ส่วนที่งอก จำเลยที่ ๑ ได้แยกครอบครองเป็นส่วนสัดโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้วจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ พิพากษาว่า การจดทะเบียนรับมรดกที่ดินและจดทะเบียนโอนระหว่างจำเลยทั้งสองไม่ผูกพันส่วนของมารดาโจทก์ ให้แบ่งที่ดินเว้นส่วนที่งอกออกเป็นสองส่วนให้โจทก์กึ่งหนึ่ง หรือให้ประมวลราคาระหว่างกันเอง หรือขายทอดตลอดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นางสาวจิ๋วได้ยกที่ดินทั้งหมดให้จำเลยที่ ๑ จริง และที่งอกตลิ่งย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมด ให้ขับไล่ จำเลยที่ ๒ และบริวาร ให้รื้อเรือนออกไป และห้ามเกี่ยวข้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยอ้างว่านางสาวจิ๋วยกที่ดินให้นั้น เพียงพูดด้วยวาจาไม่ได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ข้อที่จำเลยว่าครอบครองปรปักษ์ก็รับฟังไม่ได้ ที่ดินมารดกนางสาวจิ๋วจึงตกได้แก่มารดาโจทก์จำเลยที่๑ และได้ครอบครองร่วมกันมา เมื่อมารดาโจทก์ตาย โจทก์ทั้งสามก็ยังอยู่ในที่นั้นต่อมา จึงมีสิทธฟ้องขอแบ่งมรดกของมารดาได้ แม้จะล่วงพ้นกำหนด ๑ ปี แล้ว ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๔๘ และโจทก์ฟ้องคดีไม่พ้น ๑๐ ปี จึงไม่ขาดอายุความ ส่วนที่งอกหน้าที่ดินเชื่อว่านางสาวจิ๋วยกให้จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ครอบครองโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากกว่า ๑๐ ปี จึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลขั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2508 นางเภา กะจะจ่าง ที่ 1,นางเพิ่ม ปัญจะ ที่2,นางภู พวงโภคา ที่ 3 โจทก์ นางชม ปานแก้ว ที่ 1 นางทองสืบ บุญแสง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเภา กะจะจ่าง ที่ 1,นางเพิ่ม ปัญจะ ที่2,นางภู พวงโภคา ที่ 3 · จำเลย - นางชม ปานแก้ว ที่ 1 นางทองสืบ บุญแสง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นางอุดม บรรลือสินธุ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 609/2522ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1036/2506ฎีกา 377/2536ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1095/2473ฎีกา 5640/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 3803/2538ฎีกา 4185/2547ฎีกา 602/2490ฎีกา 1008/2510ฎีกา 546/2532ฎีกา 1077/2532ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 7/2539ฎีกา 367/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา