⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 453/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายหลายบท โดยมีข้อเท็จจริงที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดครบองค์ประกอบความผิดตามบทกฎหมายเหล่านั้นครบถ้วนทุกบท ย่อมไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องฐานเจ้าพนักงานยักยอกโดยอ้างบทกฎหมายขอให้ลงโทษมา 2 มาตรา คือมาตรา 131 กับ 319 ข้อ 3 นั้น ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ที่จะเป็นฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ มีความสำคัญอยู่ที่คำบรรยายฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.131 กฎหมายลักษณะอาญา ม.319 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานรับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยโลหกิจจังหวัดฝ่ายการเงิน มีหน้าที่รับเงินมัดจำค่าภาคหลวงแร่ และเงินประเภทต่าง ๆ ของรัฐบาลที่มีผู้มาชำระและนำส่งคลัง หากส่งไม่ทันในวันนั้นก็ต้องนำเงินมอบโลหกิจจังหวัดหรือผู้แทน เมื่อระหว่างวันที่ ๓๑ มีนาคม ถึง วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๙๑ เวลาใดไม่ปรากฏ จำเลยได้มีเจตนาทุจริตคิดยักยอกเงินมัดจำค่าภาคหลวงแร่ ๑๖๔๒ บาทเศษ ซึ่งโลหกิจจังหวัดได้มอบให้จำเลยนำส่งคลังไปเป็นประโยชน์ส่วนตนเสีย และเมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๙๑ เวลากลางวัน จำเลยได้รับเงินมัดจำค่าภาคหลวงแร่ ๒ราย เป็นเงิน ๒๐๒๑ บาทเศษ แล้ววันนั้นจำเลยได้ยักยอกเงินรายนี้ไปเป็นประโยชน์ส่วนตนเสีย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑,๓๑๙ ข้อ ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ และตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องเคลือบคลุม มาตรา ๑๓๑ และ ๓๑๙ ที่โจทก์ขอให้ลงโทษเป็นความผิดคนละฐาน ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นว่า ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมที่โจทก์อ้างบทขอให้ลงโทษ ๒ มาตรานั้น เป็นเรื่องยักยอกทั้ง ๒ มาตรา เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจวางโทษตามมาตราใด และฟังว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินราย ๒๑๒๑ บาทเศษไปจริง ให้จำคุก ๓ ปี ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ แก้ไข พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๓ กับให้ใช้เงินส่วนว่ายักยอกเงินราย ๑๖๔๒ บาทเศษให้ยกเสีย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ที่ฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุมโดยอ้างกฎหมาย ๒ มาตรานั้น เห็นว่าหาเป็นพ้องเคลือบคลุมไม่ จะเป็นฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ มีความสำคัญอยู่ที่คำบรรยายฟ้อง พิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่าได้บรรยายได้อย่างชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยเป็นเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับเงินรายนี้และได้กระทำการยักยอกเงิน จึงไม่เคลือบคลุม และเห็นพ้องด้วยศาลล่างว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2493 อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายฉลวย ขวัญส่ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายฉลวย ขวัญส่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีธรรมราช - หลวงพิชิตปฏิภาณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา