⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2608/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการบังคับคดีได้ดำเนินการไปโดยสุจริต แต่ต่อมามีเหตุการณ์ที่ทำให้การบังคับคดีนั้นไม่สำเร็จ ศาลอาจมีคำสั่งให้ผู้ร้องไม่ต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากการบังคับคดีนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องจำเป็นต้องนำยึดทรัพย์ที่ดินพิพาทเนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหมายแจ้งไปให้ผู้ร้องดำเนินการ การที่ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับเป็นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่เป็นเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องไม่สุจริตในการดำเนินการบังคับคดีอย่างไร อาศัยอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ที่กำหนดให้ความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียมอยู่ในดุลพินิจของศาล กรณีจึงมีเหตุสมควรกำหนดให้ผู้ร้องไม่ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.14

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจาณาคดีใหม่เนื่องจากจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับเป็นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ก่อนที่ศาลฎีกาจะอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ผู้คัดค้านมีหมายแจ้งให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์นำยึดที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 13991 ตำบลลำผักชี อำเภอลาดกระบัง (เจียระดับ) กรุงเทพมหานคร วันที่ 15 สิงหาคม 2554 ผู้ร้องจึงได้นำยึดที่ดินดังกล่าวตามคำสั่งของผู้คัดค้าน แต่เมื่อศาลฎีกาอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่เป็นผลให้การบังคับคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้วเป็นอันเพิกถอนไปในตัวรวมถึงการยึดทรัพย์ที่ดินพิพาทด้วย ผู้คัดค้านได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในคดี เป็นเงิน 153,550 บาท คำสั่งและคำวินิจฉัยของผู้คัดค้านไม่ชอบ เนื่องจากการยึดทรัพย์และการที่ศาลฎีกาอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ มิใช่ความผิดของผู้ร้อง ขอให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้อุทธรณ์โต้แย้งกันรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 ผู้คัดค้านมีหมายแจ้งให้ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์นำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 13991 ตำบลลำผักชี อำเภอลาดกระบัง (เจียระดับ) กรุงเทพมหานคร วันที่ 15 สิงหาคม 2554 ผู้ร้องจึงได้นำยึดที่ดินดังกล่าวตามคำสั่งของผู้คัดค้าน วันที่ 17 กรกฎาคม 2555 ศาลฎีกามีคำพิพากษาอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ เนื่องจากจำเลยไม่จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ เป็นผลให้การบังคับคดีที่ได้ดำเนินการไปแล้วเป็นอันเพิกถอนไปในตัว ผู้คัดค้านจึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในคดี ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องมีว่า ผู้ร้องจะต้องชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในคดีหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องจำเป็นต้องนำยึดทรัพย์ที่ดินพิพาทในวันที่ 15 สิงหาคม 2554 เนื่องจากผู้คัดค้านมีหมายแจ้งไปให้ผู้ร้องดำเนินการ การที่ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับเป็นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ เป็นเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องไม่สุจริตในการดำเนินการบังคับคดี อย่างไร อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 ที่กำหนดให้ความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียมอยู่ในดุลพินิจของศาล ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย และค่าใช้จ่ายในคดีไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา กรณีมีเหตุสมควรกำหนดให้ผู้ร้องไม่ต้องรับผิดชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในคดี พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายและค่าใช้จ่ายในคดี เป็นเงิน 153,550 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2608/2559 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นายสุทิน ชูสงวน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นายสุทิน ชูสงวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พีรศักดิ์ ไวกาสี · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · ธนาพนธ์ ชวรุ่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลล้มละลายกลาง - นายธนะรัตน์ ศิริพัฒนโกศล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำล.62/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540ฎีกา 1055/2510ฎีกา 1485/2547ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2006/2526ฎีกา 3418/2553ฎีกา 8337/2540ฎีกา 917/2501ฎีกา 6620/2550ฎีกา 2116/2565ฎีกา 6448/2550ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา