⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 533/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุดว่าจำเลยคนใดคนหนึ่งเป็นผู้กระทำละเมิดโดยประมาท ศาลแพ่งต้องถือตามข้อเท็จจริงนั้นในการวินิจฉัยคดีแพ่ง แต่จะนำข้อเท็จจริงดังกล่าวไปใช้ยันจำเลยอื่นซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดีอาญาด้วยหาได้ไม่ * ศาลมีดุลพินิจกำหนดให้คู่ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องหรือตามที่ชนะคดีก็ได้ หากคู่ความฝ่ายใดประวิงคดีและไม่สุจริต ศาลอาจกำหนดให้รับผิดตามทุนทรัพย์ที่ฟ้องทั้งหมด * ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขข้อผิดพลาดในการคำนวณจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีส่วนอาญาศาลได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียวเป็นผู้ประมาท ดังนั้นในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญาว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ แต่จะนำข้อเท็จจริงดังว่านี้มาใช้ยันจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจำเลยที่ 1 หาได้ไม่ เพราะจำเลยที่ 2 มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญานั้นด้วย การกำหนดให้คู่ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียม เป็นดุลพินิจของศาลจำคำนวณจากทุนทรัพย์ตามฟ้อง หรือตามที่โจทก์ชนะคดีก็ได้ เมื่อปรากฏว่าจำเลยต่อสู้คดีในลักษณะประวิงคดีและไม่สุจริต ศาลจะไม่ให้จำเลยรับผิดในค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เฉฑาะทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีแต่ให้รับผิดตามทุนทรัยพ์ที่ฟ้องก็ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์คือ ค่าปลงศพ 65,000 บาท ค่าโจทก์ขาดไร้อุปการะ 161,500 บาท ค่าซ่อมรถ 3,000 บาท แล้วพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงิน 164,500 บาท แก่โจทก์ เป็นการผิดพลาดไปโดยมิได้เอายอดเงินปลงศพ 25,000 บาท มารวมคำนวณด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และจำเลยฎีกาฝ่ายเดียวต่อมาดังนี้ ศาลฎีกาชอบที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เสียให้ถูกต้องได้โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 พิพากษาแก้ให้จำเลยชดใช้เงิน 189,000 บาทแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.143 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถโดยประมาทชนกับรถที่บิดาของโจทก์ขับ เป็นเหตุให้บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย และรถของบิดาโจทก์เสียหายขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนคือ ค่าซ่อมรถ ค่าหาศพ และค่าขาดไร้อุปการะ จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุรถชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของบิดาโจทก์ และค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้องมาสูงเกินไป จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้เรียก บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย เข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพราะเป็นผู้รับประกันภัยรถของจำเลย ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ขับรถขณะเกิดเหตุแต่มีบุคคลอื่นขับโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เป็นการผิดเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยร่วมจึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์คือ ค่าปลงศพ ๒๕,๐๐๐ บาท ค่าโจทก์ขาดไร้อุปการะ ๑๖๑,๕๐๐ บาท ค่าซ่อมรถ ๑,๐๐๐ บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๑๖๔,๕๐๐ บาท กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนาย ๘,๐๐๐ บาทแทนโจทก์ ให้จำเลยร่วมรับผิดร่วมกับจำเลยในวงเงินไม่เกิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้สำหรับจำเลยที่ ๑ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริง ซึ่งปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาเป็นหลักแห่งการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๖ ซึ่งคดีส่วนอาญาศาลได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่า นายเกล้าจำเลยที่ ๑ ฝ่ายเดียวเป็นผู้ประมาทและถูกลงโทษทางอาญา ศาลฎีกาจึงต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ เพราะจำเลยที่ ๒ มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญานั้นด้วย อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงก็น่าเชื่อว่ารถจำเลยที่ ๑ เลี้ยวตัดหน้ารถผู้ตายในระยะกระชั้นชิด ผู้ตายไม่สามารถหยุดรถหรือหลบหลีกได้ทันจึงเกิดชนกันขึ้น ที่จำเลยที่ ๒ นำสืบต่อสู้ว่า ผู้ตายขับรถเร็วถึง ๖๐ - ๗๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น เห็นว่า รถของผู้ตายเป็นรถยนต์จี๊ป ซึ่งรู้กันทั่วไปว่าไม่ใช่รถที่มีความเร็วสูงทั้งขณะเกิดเหตุก็เป็นเวลาประมาณ ๗.๐๐ นาฬิกา มีรถรับส่งนักเรียนกันมาก ไม่น่าเชื่อว่าผู้ตายจะขับเร็วถึงเพียงนั้น รูปคดีฟังได้ชัดว่าเหตุละเมิดเกิดจากจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้างในทางการที่จ้างจึงต้องร่วมรับผิดด้วย สำหรับค่าเสียหายจำเลยฎีกาว่า ตามแบบ ภ.ง.ด. ๙ แสดงว่า ผู้ตายมีรายได้ปีหนึ่งเพียง ๑๙,๒๐๐ บาท หรือเดือนละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ที่ศาลล่างกำหนดให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนจึงสูงเกินไป ไม่เป็นการถูกต้องนั้น ศาลฎีกาก็เห็นว่าในการพิเคราะห์เรื่องรายได้ของผู้ตายที่แท้จริงจะถือเอาตามที่ผู้ตายแสดงไว้ในแบบยื่นแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด. ๙ แต่อย่างเดียวไม่ได้ เพราะได้ความว่านอกจากเงินเดือนแล้วผู้ตายยังมีรายได้พิเศษจากการเป็นหุ้นส่วนโรงกลึงกับญาติของผู้ตายอีกเดือนละ ๒,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ บาท กับมีฝีมือในทางการช่างได้ประดิษฐ์เครื่องสีข้าวจำหน่ายเป็นรายได้ด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยในเรื่องนี้ไว้ชอบแล้ว สำหรับค่าปลงศพผู้ตายก็เช่นเดียวกัน จำเลยฎีกาว่าไม่ควรมีจำนวนถึง ๒๕,๐๐๐ บาท ควรมีจำนวนเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท ศาลฎีกาก็เห็นว่าจำนวนแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย เมื่อพิเคราะห์ถึงฐานะและรายได้ของผู้ตายแล้วศาลฎีกาเห็นว่าค่าปลงศพผู้ตายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมานั้นสมควรแล้ว สำหรับเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความ จำเลยฎีกาว่าจำเลยควรขดใช้เพียงเท่าที่โจทก์ชนะเท่านั้น ข้อนี้ศาลฎีกาก็เห็นชัด การกำหนดให้คู่ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมนั้นเป็นดุลพินิจของศาลจะกำหนดจากทุนทรัพย์ตามฟ้อง หรือตามที่โจทก์ชนะคดีก็ได้ สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยต่อสู้คดีในลักษณะประวิงคดีและไม่สุจริตจึงไม่ให้จำเลยรับผิดในค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เฉพาะทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีซึ่งเป็นเหตุผลที่ถูกต้องและศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย สรุปแล้วศาลฎีกาเห็นว่า คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอลด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นแต่ปรากฏแก่ศาลฎีกาว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามมานั้นได้รวมจำนวนเงินตามรายการที่จำเลยทั้งสองต้องชดใช้แก่โจทก์ผิดพลาดไป กล่าวคือ ไม่ได้เอายอดเงินค่าปลงศพ ๒๕,๐๐๐ บาท มารวมคำนวณด้วยอันเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อย ชอบที่ศาลฎีกาจะแก้ไขข้อผิดพลาดนี้เสียให้ถูกต้องโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๔๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงิน ๑๘๙,๕๐๐ บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2521 นางสาวเกษิณี สมบัติเทพสุทธิ์ กับพวก โจทก์ นายเกล้า ด่านศรีสุข กับพวก จำเลย บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวเกษิณี สมบัติเทพสุทธิ์ กับพวก · จำเลย - นายเกล้า ด่านศรีสุข กับพวก · จำเลยร่วม - บริษัทสินสวัสดิ์ประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ถนัด ลีลากุล · ขจร หะวานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายสุวัฒน์ สุขเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1715/2525ฎีกา 3750/2545ฎีกา 2372/2539ฎีกา 907/2503ฎีกา 613/2547ฎีกา 2769-2770/2523ฎีกา 12207/2547ฎีกา 882/2548ฎีกา 3871/2541ฎีกา 1301/2508ฎีกา 5667/2533ฎีกา 175/2520ฎีกา 2584/2527ฎีกา 6235/2551ฎีกา 1730/2520ฎีกา 7223/2540ฎีกา 984/2482ฎีกา 1351/2567ฎีกา 5324/2537ฎีกา 728/2512ฎีกา 3467/2525ฎีกา 1063/2545ฎีกา 5384/2538ฎีกา 3813/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา