⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1310/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1310/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานของรัฐที่กระทำการละเมิดต่อประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และหน่วยงานต้นสังกัดต้องร่วมรับผิดด้วยหากการละเมิดนั้นเกิดขึ้นในการปฏิบัติการตามหน้าที่.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจรับกุมโจทก์ในข้อหาว่านำปลาทูสดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้เสียภาษีเพราะจำเลยไม่ทราบว่ามีกฎหมายยกเว้นภาษี โจทก์ชี้แจงว่าไม่ต้องเสียภาษี จำเลยก็ไม่รับฟัง นำโจทก์ไปควบคุมตัวไว้โจทก์ขอขายปลาทูสดเพื่อบรรเทาความเสียหาย จำเลยทั้งสามอนุญาตแล้ว คนของโจทก์ฉีดน้ำเพื่อละลายน้ำแข็งที่แช่ปลาออก ครั้นรุ่งเช้าจำเลยทั้งสามกลับสั่งอายัดไม่ยอมให้ขายจนเวลา 10 นาฬิกา ล่วงเลยเวลาซื้อขายปลาสดตามปกติแล้วจึงอนุญาตให้ขาย เป็นเหตุให้โจทก์ต้องขายปลาไปในราคาถูก ดังนี้ ถือว่าจำเลยกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสามต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ เมื่อการละเมิดของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เกิดขึ้นในการปฏิบัติการตามหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าสังกัดจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ขอใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 76 วรรคแรก ศาลพิพากษาให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลแทนโจทก์ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ฟ้องมิใช่เพียงเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีนั้นเป็นดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดได้ โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการต่อสู้คดีหรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวง สำหรับคดีนี้ศาลพิเคราะห์แล้วยังไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่กำหนดค่าขึ้นศาลดังกล่าวให้เป็นอย่างอื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นเจ้าพนักงานที่ตำรวจสังกัดจำเลยที่ ๑ เวลาประมาณ ๒๐ นาฬิกา จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ได้ทำการจับกุมตัวโจทก์ข้อหานำปลาทูสดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตโจทก์ชี้แจงว่าโจทก์ซื้อมาจากสาธารณรัฐเวียตนามใต้ กฎหมายยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีจำเลยทั้งห้าไม่รับฟัง โจทก์ขอขายปลาทูสดเพื่อบรรเทาความเสียหาย จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ยินยอม โจทก์สั่งให้คนของโจทก์ฉีดน้ำเข้าเรือเพื่อละลายน้ำแข็งที่แช่ปลาออกเพื่อสะดวกในการนำปลาออกขายในวันรุ่งขึ้น ครั้นรุ่งขึ้นเวลาเช้าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ สั่งอายัดปลาทูสดไว้ห้ามขาย เวลา ๑๐ นาฬิกา จำเลยทั้งสามจึงอนุญาตให้ขายได้ แต่ล่วงเลยเวลาการซื้อขายปลาสดแล้ว โจทก์ไม่สามารถขายได้ตามราคาปกติทั้งจะเก็บไว้ก็ไม่ได้เพราะน้ำแข็งละลายหมดแล้ว โจทก์จึงต้องขายให้แก่นายอุดมไปในราคาถูก ทำให้ขาดรายได้ไป ๑๒๕,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยทั้งหกให้การว่า จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ สืบทราบว่าโจทก์นำสินค้าหลบหนีภาษีมาจากสาธารณรัฐเวียตนามใต้ จึงจับกุมโจทก์ ที่โจทก์ขายปลาให้นายอุดมเป็นราคาพอสมควรแล้วโจทก์ไม่เสียหาย จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ กระทำการไปตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยที่ ๕ ที่ ๖ ทำตามคำสั่งและคำกล่าวโทษของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์นั้น ประเด็นข้อนี้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ต่างเบิกความรับว่าจำเลยกับพวกได้ทำการจับกุมและยึดเรือของโจทก์พร้อมด้วยปลาทูไว้ ในข้อหาปลาทูเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้เสียภาษี เพราะจำเลยไม่ทราบว่ามีกฎหมายยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าปลาทูสด และคดีกล่าวหาโจทก์ดังกล่าวพนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องโจทก์ไปแล้วศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ กระทำแก่โจทก์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย หากการกระทำของจำเลยเหล่านั้นกระทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ก็ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์และจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น จำเลยจะอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ เหตุที่โจทก์ทำการขายปลาไม่ได้ตามกำหนดเพราะถูกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ กับพวกทำการตรวจค้นเรือและสินค้าปลาของโจทก์ ซึ่งตามเอกสารหมาย ล.๒ ปรากฏว่าจำเลยกับพวกได้ทำการตรวจค้นอยู่จนถึงเวลา ๑๐.๑๕ นาฬิกา จำเลยที่ ๒ เองก็เบิกความรับว่า การขายปลาที่สะพานปลาสมุทรสาครขายกันในระหว่าง ๗ นาฬิกา ถึง ๙ นาฬิกา การที่โจทก์ขายปลาได้ราคาต่ำกว่าปกติ จึงต้องถือว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลย จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วยนั้น ประเด็นข้อนี้ชั้นเดิมโจทก์บรรยายฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดในฐานะที่เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๗ ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นว่าจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกรมตำรวจจำเลยที่ ๑ และเป็นผู้มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ หรือข้อบังคับตามวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นนิติบุคคลจึงต้องร่วมรับผิด ในผลแห่งละเมิดของจำเลยซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ไปในกรอบวัตถุประสงค์ของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ในข้อนี้ ถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวตามฟ้องโจทก์แล้ว ฉะนั้นเมื่อการละเมิดของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เกิดขึ้นเนื่องในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยที่ ๑ เจ้าสังกัดจึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๖ วรรคแรก จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยจึงควรใช้ค่าขึ้นศาลแทนโจทก์เพียงเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีนั้นเห็นว่าความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดีนั้น เป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการต่อสู้คดีหรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวง สำหรับคดีนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วยังไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลชั้นต้นเป็นอย่างอื่น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1310/2520 นายเอนก ทับสุวรรณ โจทก์ กรมตำรวจโดยพลตำรวจเอกประจวบ สุนทรางกูร อธิบดี กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอนก ทับสุวรรณ · ล. - กรมตำรวจโดยพลตำรวจเอกประจวบ สุนทรางกูร อธิบดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช จรมาศ · สมชัย ทรัพยวณิช · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา