⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 14102/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14102/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวางเงินต่อศาลเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย โดยมีเจตนาขอให้รอการลงโทษจำคุก ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกานำมาวินิจฉัยประกอบการพิจารณา และเมื่อผู้เสียหายประสงค์จะรับเงินดังกล่าว จำเลยจะไม่มีสิทธิขอถอนเงินคืนได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอวางเงิน 20,000 บาท ต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยวางเงินเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยมีเจตนาที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย เมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำร้องของจำเลยให้นัดพร้อมเพื่อสอบถามผู้เสียหายว่าประสงค์จะรับเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่แล้ว ทั้งฎีกาของจำเลยก็อ้างเหตุที่จำเลยวางเงิน 20,000 บาท เพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย เป็นเหตุหนึ่งที่ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยด้วย เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว หรือมีเหตุอื่นดังที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็มิใช่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษให้แก่จำเลยเท่ากับศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยพยายามบรรเทาความเสียหายด้วยการวางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ดังนี้ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำร้องของจำเลยที่ขอวางเงินเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายและศาลฎีกานำข้อเท็จจริงตามคำร้องดังกล่าวมาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยแล้ว แม้ศาลชั้นต้นเพิ่งออกหมายแจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่จำเลยวางต่อศาลชั้นต้นหลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วก็ตาม แต่การวางเงินเพื่อให้ผู้เสียหายมารับไปย่อมแสดงอยู่ในตัวแล้วว่าจำเลยจะไม่ถอนเงินดังกล่าวกลับไป หากผู้เสียหายยังประสงค์จะรับเงินนั้น เมื่อต่อมาปรากฏตามคำร้องของผู้เสียหายว่าผู้เสียหายประสงค์จะรับเงินจำนวนดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะขอถอนเงินที่วางต่อศาลชั้นต้นดังกล่าวคืนไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.323 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.334

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 80, 91, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบตะกั่ว (ลูกกระสุนปืน) และปลอกกระสุนปืนของกลาง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวม 10 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ จำเลยยื่นฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยพร้อมยื่นคำร้องขอวางเงิน 20,000 บาทต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยและนัดพร้อมเพื่อสอบถามผู้เสียหายว่าประสงค์จะรับเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่ ต่อมาศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 หลังจากอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว วันที่ 18 กันยายน 2555 ศาลชั้นต้นออกหมายแจ้งผู้เสียหายให้มารับเงิน 20,000 บาท ที่จำเลยวางต่อศาลชั้นต้น ครั้นวันที่ 20 กันยายน 2555 จำเลยยื่นคำร้องขอคืนเงิน 20,000 บาท ที่วางศาลเพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย อ้างว่าศาลฎีกาไม่ได้ยกข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยเพื่อเป็นคุณแก่จำเลย การวางเงินดังกล่าวจึงไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลย และผู้เสียหายยังมิได้รับเงินไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เรื่องนี้ปรากฏในฎีกาของจำเลยและศาลฎีกาได้พิจารณาข้ออ้างของจำเลยแล้ว จึงเป็นเรื่องที่จำเลยเจตนามอบเงินให้ผู้เสียหายเพื่อบรรเทาผลร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะมารับไป แม้ผลคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินไม่เป็นคุณแก่จำเลย ก็หามีสิทธิขอรับเงินดังกล่าวคืนไม่ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุที่จะสั่งคืนเงิน 20,000 บาท ที่จำเลยวางไว้ต่อศาลชั้นต้นก่อนมีคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า โดยไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย การที่ระหว่างฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอวางเงิน 20,000 บาท ต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยวางเงินเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายโดยมีเจตนาที่จะให้ศาลฎีกาวินิจฉัยรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย เมื่อศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำร้องของจำเลยให้นัดพร้อมเพื่อสอบถามผู้เสียหายว่าประสงค์จะรับเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่แล้ว ทั้งฎีกาของจำเลยก็อ้างเหตุที่จำเลยวางเงิน 20,000 บาท เพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย เป็นเหตุหนึ่งที่ขอให้ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยด้วย เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว หรือมีเหตุอื่นดังที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็มิใช่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังเพื่อรอการลงโทษให้แก่จำเลยเท่ากับศาลฎีกาได้วินิจฉัยถึงเหตุที่จำเลยพยายามบรรเทาความเสียหายด้วยการวางเงินต่อศาลชั้นต้นเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ดังนี้ จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการตามคำร้องของจำเลยที่ขอวางเงินเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายและศาลฎีกานำข้อเท็จจริงตามคำร้องดังกล่าวมาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยแล้ว แม้ศาลชั้นต้นเพิ่งออกหมายแจ้งให้ผู้เสียหายมารับเงินที่จำเลยวางต่อศาลชั้นต้นหลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วก็ตาม แต่การวางเงินเพื่อให้ผู้เสียหายมารับไปย่อมแสดงอยู่ในตัวแล้วว่าจำเลยจะไม่ถอนเงินดังกล่าวกลับไป หากผู้เสียหายยังประสงค์จะรับเงินนั้น เมื่อต่อมาปรากฏตามคำร้องของผู้เสียหายฉบับลงวันที่ 6 มีนาคม 2556 ว่าผู้เสียหายประสงค์จะรับเงินจำนวนดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะขอถอนเงินที่วางต่อศาลชั้นต้นดังกล่าวคืนไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14102/2556 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายธเนศ ทองมณโฑ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายธเนศ ทองมณโฑ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี · พศวัจณ์ กนกนาก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายอาทิตย์ สารทวาทา · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกมล คำเพ็ญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2487/2556

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1891/2500ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1790/2521ฎีกา 3329/2550ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 15230/2555ฎีกา 45/2484ฎีกา 1189/2537ฎีกา 674/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา