⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6486/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6486/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีจะถือว่าเสร็จบริบูรณ์เมื่อเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้วเท่านั้น และลูกหนี้ยังคงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยจนกว่าเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน.

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยและผู้ค้ำประกันจำเลยที่โจทก์นำยึดไว้ จำเลยและผู้ค้ำประกันยื่นคำร้องคัดค้านให้ยกเลิกการขายและขอให้ขายใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว จำเลยก็อุทธรณ์ฎีกา ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อาจจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวให้โจทก์ได้ การที่โจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ถือว่าการบังคับคดียังไม่เสร็จบริบูรณ์จนกว่าจะได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยจึงต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยจากเงินที่ขายทอดตลาดได้ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่าเงินต้นที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ จนถึงวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่คิดดอกเบี้ยดังกล่าวให้โจทก์นั้น โจทก์ไม่จำต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายใน 8 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี เพราะมิใช่เป็นเรื่องเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่เป็นกรณีวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดเมื่อใดและจำนวนเท่าใด กรณีจึงไม่ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.318

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดนัด โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ ๑ ออกขายทอดตลาด จำเลยที่ ๑ ได้ร้องต่อศาลชั้นต้นว่าการขายทอดตลาดเป็นไปโดยไม่ชอบ ขอให้ยกเลิกการขาย แล้วดำเนินการขายใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน โจทก์ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้คิดดอกเบี้ยจากต้นเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินนับแต่วันที่อายัดเงินในคดีอื่นมาชำระหนี้คดีนี้จนถึงวันที่อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ขอให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี ศาลชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยดังกล่าว โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า จำเลยที่ ๑ จะต้องเสียดอกเบี้ยจากต้นเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดิน ๔ แปลง นับแต่วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๖ ซึ่งเป็นวันที่อายัดเงินจนถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่ พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๔ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ ๑ และผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ที่ยึดไว้จำนวน ๔ แปลง การที่จำเลยที่ ๑ และผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและขอให้ขายใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งแล้ว จำเลยที่ ๑ ก็อุทธรณ์ฎีกา ทำให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อาจจ่ายเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์รับไปได้ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษา การบังคับคดีของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงไม่เสร็จสมบูรณ์จนกว่าจะได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ดังนั้น นับแต่วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๖ ซึ่งเป็นวันที่อายัดเงินของจำเลยที่ ๑ จนถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ ซึ่งเป็นวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากเงินที่ขายทอดตลาดได้ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่าเงินต้นที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม ส่วนที่จำเลยที่ ๑ แก้ฎีกาว่าโจทก์มิได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายใน ๘ วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๖ วรรคสองนั้นเห็นว่า เรื่องนี้มิใช่เป็นเรื่องเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งลักษณะการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง แต่เป็นกรณีที่วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ เมื่อใดและจำนวนเท่าใด กรณีจึงไม่ต้องตามบทมาตราดังกล่าว พิพากษากลับว่า ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6486/2531 นายประสิทธิ์ เต็กอารีย์ โจทก์ นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ เต็กอารีย์ · ล. - นายชัยกิจ ดีสมโชค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · เคียง บุญเพิ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุนพ กีรติยุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 285/2503ฎีกา 8454/2544ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 594/2534ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2573/2552ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 6968/2537ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 945/2504ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1763/2551ฎีกา 780/2535ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 39/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา