⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2574/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งห้ามชั่วคราวตามคำขอของจำเลยที่ฟ้องแย้งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างใด ๆ ในทางภาระจำยอมนั้นชอบแล้ว หากโจทก์กำลังกระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งเป็นการผิดสัญญา และโจทก์ไม่ได้โต้แย้งว่าคำสั่งศาลชั้นต้นสั่งโดยไม่มีเหตุเพียงพอหรือไม่มีเหตุสมควรตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามชั่วคราวตามคำร้องขอของจำเลยที่ฟ้องแย้งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างใด ๆ ในทางภาระจำยอม ให้โจทก์เปิดทางที่กั้นทั้งหมดรวมทั้งรื้อถอนเสาในถนนด้านทิศใต้ออก ให้โจทก์ขนสัมภาระที่กีดขวางทางภาระจำยอมออกไปให้หมด เพราะโจทก์กำลังทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งเป็นการผิดสัญญาตามที่จำเลยกล่าวอ้างในคำขอ โจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยอ้างลอย ๆ เพียงว่าโจทก์ไม่ได้กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญา ซึ่งข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์กระทำซ้ำตามที่ศาลสั่งห้ามนั้นโจทก์รับแล้วว่าขณะนั้นโจทก์กำลังกระทำอยู่จริง โจทก์ไม่ได้โต้เถียงว่าคำสั่งศาลชั้นต้นสั่งโดยไม่มีเหตุเพียงพอหรือไม่มีเหตุสมควรตามกฎหมายหรือมีเหตุอื่นที่จะเพิกถอนคำสั่งห้ามของศาลชั้นต้น กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องทำการไต่สวนที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์โดยไม่ทำการไต่สวนนั้นชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.254 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.255 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.261 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.266 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.267

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินของโจทก์จดทะเบียนให้เป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของจำเลยเพื่อเป็นทางเข้าออกตามสัญญา จำเลยผิดสัญญาทำประตูปิดกั้นทางตั้งป้ายชื่อโรงแรมและทำกันสาดรุกล้ำ ติดตั้งถังแก๊สใต้ดินต่อท่อแก๊สผ่าน ตั้งเสาไฟฟ้าและสายไฟฟ้าแรงสูงผ่านที่ดินภารยทรัพย์ ใช้ที่ดินภารยทรัพย์เป็นที่จอดรถ เป็นการเพิ่มภาระทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้สั่งจำเลยเปิดทาง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและไม่ใช้ที่ดินโจทก์เป็นที่จอดรถและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำประตูปิดกั้นนอกส่วนที่ดินที่เป็นภาระจำยอม เดิมโจทก์และบริษัทอื่นร่วมกันลงทุนตั้งบริษัทจำเลย การกระทำตามที่โจทก์ฟ้องโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมมาแต่ต้น และเป็นการใช้สิทธิ์ตามข้อสัญญา ค่าเสียหายสูงเกินควร คดีขาดอายุความ โจทก์กำลังสร้างฐานคอนกรีตและเสาเหล็กลงในทางภาระจำยอมทำให้ทางแคบ ก่อสร้างศาลพระภูมิและอาคารพาณิชย์รุกล้ำทางภาระจำยอมทำให้ทางภาระจำยอมเสื่อมประโยชน์ ขอให้สั่งห้ามการกระทำดังกล่าวของโจทก์ และให้โจทก์รื้อสิ่งที่ปลูกสร้างแล้วออกไป จำเลยยื่นคำร้องว่าโจทก์กำลังดำเนินการก่อสร้างฐานคอนกรีตและเสาเหล็ก หากสร้างเสร็จจะทำให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมเสื่อม การกระทำของโจทก์เป็นการผิดสัญญา ขอให้สั่งห้ามชั่วคราวมิให้โจทก์กระทำก่อสร้างต่อไป โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ก่อสร้างเสาเหล็กเพื่อติดตั้งป้ายโฆษณาในทางภาระจำยอม เหลือทางผ่าน ๑๐ เมตรไม่เป็นเหตุให้เสื่อมประโยชน์ ไม่เป็นการผิดสัญญา ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องในเหตุฉุกเฉิน ขอให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์เลิกปิดกั้นทางภาระจำยอม และระงับการก่อสร้าง และยื่นคำร้องเพิ่มเติมว่าโจทก์ตั้งเสาเหล็กและทำโครงเหล็กขนาดยาวปิดกั้นถนนจนไม่สามารถใช้ทางได้ ขอให้รื้อถอนเสาและโครงเหล็กออกไป ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างใด ๆ ในทางภาระจำยอม ให้โจทก์เปิดทางที่ปิดกั้นทั้งหมด รื้อถอนเสาออก ให้ขนสัมภาระที่กีดขวางทางภาระจำยอมออกให้หมดโดยทำให้เสร็จสิ้นภายใน ๓ วัน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและมีคำสั่งห้ามหรือมีคำสั่งใหม่ให้โจทก์ก่อสร้างเสาเหล็กในทางภาระจำยอม เพราะโจทก์มิได้กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญา ดังที่โจทก์ได้แถลงคัดค้านไว้ ระหว่างนัดไต่สวนศาลชั้นต้นเห็นว่า คำร้องของโจทก์อ้างว่าพฤติการณ์ในคดีไม่ได้กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญาเท่านั้น มิได้โต้แย้งข้อเท็จจริงเป็นประการอื่น ไม่มีเหตุสมควรจะเพิกถอนคำสั่งห้าม จึงมีคำสั่งให้งดไต่สวนและยกคำร้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามชั่วคราวตามคำร้องขอของจำเลยให้โจทก์ระงับการก่อสร้างใด ๆ ในทางภาระจำยอม ให้โจทก์เปิดทางที่ปิดกั้นทั้งหมดรวมทั้งรื้อถอนเสาในถนนด้านทิศใต้ออก ให้โจทก์ขนสัมภาระที่กีดขวางทางภาระจำยอมออกไปให้หมดนั้น เป็นการสั่งโดยมีเหตุสมควรและมีเหตุเพียงพอและเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกับฟ้องแย้งของจำเลย เพราะโจทก์กำลังทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งเป็นการผิดสัญญาตามที่จำเลยกล่าวอ้างในคำขอ โจทก์ตั้งรูปคดีขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยอ้างลอย ๆ แต่เพียงว่าโจทก์ไม่ได้กระทำซ้ำหรือกระทำต่อไปซึ่งการละเมิดหรือการผิดสัญญาเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์กระทำซ้ำตามที่ศาลสั่งห้ามหรือไม่นั้น โจทก์ก็รับแล้วว่าขณะนั้นโจทก์กำลังกระทำอยู่จริง แสดงว่าโจทก์กระทำซ้ำอยู่ โจทก์หาได้โต้เถียงว่าคำสั่งนั้นศาลชั้นต้นสั่งโดยไม่มีเหตุเพียงพอหรือไม่มีเหตุสมควรตามกฎหมายหรือมีเหตุอื่นที่จะเพิกถอนคำสั่งนั้นแต่อย่างใดไม่ คดีจึงไม่ต้องไต่สวนพยานโจทก์ และในชั้นนี้ไม่มีทางเพิกถอนคำสั่งห้ามของศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของโจทก์ชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2574/2519 บริษัทภูมิภวัน จำกัด โจทก์ บริษัทบาโฮมา จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทภูมิภวัน จำกัด · ล. - บริษัทบาโฮมา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายกุศล บุญยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2387/2525ฎีกา 3801/2536ฎีกา 6027/2534ฎีกา 952/2539ฎีกา 920/2524ฎีกา 1109/2510ฎีกา 2381/2530ฎีกา 483/2519ฎีกา 1068/2522ฎีกา 2177/2543ฎีกา 8200/2567ฎีกา 247/2525ฎีกา 970/2519ฎีกา 1343/2538ฎีกา 2929/2517ฎีกา 2724/2541ฎีกา 1634/2526ฎีกา 6619/2545ฎีกา 558/2528ฎีกา 3883-3884/2559ฎีกา 176/2494ฎีกา 1001/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา