คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2930/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิของผู้เช่าซื้อที่ดินซึ่งยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์เป็นเพียงบุคคลสิทธิ ไม่อาจยกขึ้นอ้างปรปักษ์แก่เจ้าหนี้ของเจ้าของที่ดินที่ได้จดทะเบียนการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินนั้นได้.
ย่อคำพิพากษา
แม้ผู้ร้องทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินพิพาทจาก ส. และชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วก่อนที่ ส. จะนำที่ดินดังกล่าวมาวางศาลเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยเพื่อขอทุเลาการบังคับคดี แต่สิทธิของผู้ร้องก็เป็นเพียงบุคคลสิทธิซึ่งหาก ส. ผิดสัญญาเช่าซื้อก็เป็นกรณีที่ผู้ร้องต้องว่ากล่าวบังคับเอากับ ส.เมื่อ ส. ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินพิพาทจึงยังไม่ตกไปเป็นของผู้ร้องโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ส. ยังคงเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ โจทก์ชนะคดีแล้วยึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ได้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๑๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ ศาลชั้นต้นจึงสั่งยึดทรัพย์ของนายสมชายผู้ค้ำประกันหนี้ที่จำเลยต้องชำระตามหนังสือสัญญาขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างฎีกา เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินห้าแปลงที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดและประกาศขายทอดตลาดไม่ใช่ทรัพย์ของนายสมชาย แต่เป็นที่ดินที่ผู้ร้องเช่าซื้อจากนายสมชายและผู้ร้องชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว ผู้ร้องอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้องก่อนขอให้ปล่อยที่ดินทั้งห้าแปลงที่โจทก์นำยึด
โจทก์ให้การว่า ที่ดินทั้งห้าแปลงนั้นยังมิได้โอนกรรมสิทธิ์เป็นของผู้ร้อง แต่เป็นของนายสมชาย ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อย ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยาน และให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินทั้งห้าแปลงที่นายสมชายนำมาวางศาลเป็นประกันการชำระหนี้ของจำเลยตามหนังสือสัญญาค้ำประกันซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดและประกาศขายทอดตลาดนั้นนายสมชายเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทุกแปลง คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งห้าแปลงนั้นหรือไม่ ตามปัญหาดังกล่าวผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องเช่าซื้อที่ดินดังกล่าวจากนายสมชายผู้ค้ำประกัน และชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วทุกแปลงก่อนนายสมชายนำมาประกันต่อศาล ผู้ร้องอยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นเป็นของผู้ร้องก่อน โจทก์ไม่มีสิทธินำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า หากผู้ร้องและนายสมชายทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อที่ดินดังกล่าวต่อกัน และผู้ร้องชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้วก่อนนำมาประกันต่อศาล สิทธิของผู้ร้องตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อนั้นก็เป็นเพียงบุคคลสิทธิหากนายสมชายผิดสัญญาเช่าซื้อที่ทำไว้ต่อผู้ร้องประการใดก็เป็นกรณีที่ผู้ร้องจะต้องว่ากล่าวบังคับเอากับนายสมชายตามสัญญาเช่าซื้อต่างหากจากคดีนี้ เมื่อนายสมชายยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเช่าซื้อไปเป็นของผู้ร้อง ที่ดินดังกล่าวมิได้ตกเป็นของผู้ร้องโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย นายสมชายยังคงเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว ดังนี้โจทก์จึงมีสิทธิยึดที่ดินนั้นขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ได้และคดีไม่จำเป็นต้องสืบพยานกันต่อไปดังที่ผู้ร้องฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2930/2530
นายเกียรติศักดิ์ ศักดิ์สกุลวงศ์ โจทก์
นายสมศักดิ์ อัตตวนิช ผู้ร้อง
นายไพรัช กสิวัฒน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเกียรติศักดิ์ ศักดิ์สกุลวงศ์ · ผู้ร้อง - นายสมศักดิ์ อัตตวนิช · จำเลย - นายไพรัช กสิวัฒน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา